Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

คลิปเหตุการณ์เมื่อ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าของร้านลงคลิปแต่มีพวกมาด่าเข้าของร้านว่าโวยวายเกินไปมันแค่อุบัติเหตุ แต่จนถึงวันนี้เจ้าของร้านยังไม่ได้มีการชดใช้ค่าเสียหายใดๆเลย

144,577 просмотров • 2 лет назад •via X (Twitter)

Комментарии: 10

Фото профиля Red Skull
Red Skull2 лет назад

เข้าไปอ่านเม้นต้นทางตรงนี้

Фото профиля CNX-BKK
CNX-BKK2 лет назад

อยากเห็นหน้าคนที่คอมเมนท์ว่ามันแค่อุบัติเหตุจังครับ เปิดว๊าปน่าจะดีนะครับ

Фото профиля minibun5
minibun52 лет назад

ดีนะไม่มีคน เจ้าของร้านโวยวายอ่ะไม่ผิด นี่รถใหญ่เลยนะ ใครด่าเจ้าของร้าน ลองให้มีรถแบบนั้น เข้าไปในตัวบ้านก็จะรู้เอง

Фото профиля Song 2
Song 22 лет назад

อุบัติเหตุ ถ้ามันเกิดเพราะความประมาทก็สมควรโดนด่า

Фото профиля 𝕄𝔸ℝ𝕌𝕂𝕆 ✿ #บ่นๆเรื่อยเปื่อย
𝕄𝔸ℝ𝕌𝕂𝕆 ✿ #บ่นๆเรื่อยเปื่อย2 лет назад

ถ้าเป็นร้านตัวเองมันจะกล้าพูดกันแบบนี้ไหม

Фото профиля stanbyforU
stanbyforU2 лет назад

สงสารเจ้าของร้าน

Фото профиля ฉันเป็นแมวหง่าว
ฉันเป็นแมวหง่าว2 лет назад

ขับรถแต่ไม่รับผิดชอบอะไรแบบนี้ ก็เกินไปนะ

Фото профиля Góc Sân Cỏ ⛳️
Góc Sân Cỏ ⛳️2 лет назад

โชคดีที่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บ

Фото профиля cutestuffonly💖🫧
cutestuffonly💖🫧2 лет назад

ขออนุญาตนะคะ

Фото профиля ก็พูดกันไปเรื่อย
ก็พูดกันไปเรื่อย2 лет назад

ดีนะคนไม่เป็นอะไร

Похожие видео

ดันกระเช้าภูกระดึง เดินเสียชีวิตทุกปี . กรณีนายเสน่ห์ อายุ 57 ปี ชาว อ.ภูกระดึง จ.เลย อาชีพค้าขายบนภูกระดึง หมดสติและเสียชีวิต ที่จุดซำกกหว้า หลังหาบสินค้า เพื่อนำขึ้นไปขาย ให้นักท่องเที่ยว บนภูกระดึง เมื่อ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา จึงทำให้มีกระแสของคนในจังหวัดเลย เรียกร้องให้รัฐบาล สร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง ตามนโยบายที่เคยหาเสียงเนื่องจากทุกปี จะมีผู้เสียชีวิตระหว่างเดินขึ้น หรือลงภูกระดึง ล่าสุด 11 ก.พ. ผู้สื่อข่าวสอบถามความคืบหน้าการก่อสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงกับ นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ พรรคเพื่อไทย สส. เขต 3 จ.เลย . #ภูกระดึง #กระเช้าภูกระดึง #HotTopic #มติชนออนไลน์

Matichon Online

679,238 просмотров • 1 год назад

รัฐบาลไม่ควร “หนีสภาพลัส” เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบ พ.ร.ก. เงินกู้ . ผมมีความกังวลว่าแนวทางของรัฐบาลในการออก พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท กำลังเต็มไปด้วยความ “ไม่ตรงไปตรงมา” ที่ส่อให้เห็นถึงเจตนาในการหนีการตรวจสอบของสภา . หนีที่ 1 = เกิดขึ้นแล้ว . การที่รัฐบาลจงใจออก พ.ร.ก. เงินกู้ ที่ “มัดรวม” เงิน 2 ก้อน (ก้อน 1 = ช่วยเหลือ-เยียวยา 200,000 ล้านบาท | ก้อน 2 = โครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาท) เข้ามาอยู่ใน พ.ร.ก. ฉบับเดียวกัน เพื่อบีบให้ สส. ต้องพิจารณาเงินกู้ทั้ง 2 ก้อนในคราวเดียวกัน ไม่ต่างอะไรกับการที่รัฐบาลจงใจฉวยโอกาสจากความเดือดร้อนของประชาชน โดยการเอาเงินช่วยเหลือเยียวยาประชาชนเป็นตัวประกัน เพื่อลักไก่สอดไส้โครงการด้านพลังงาน เข้าไปใน พ.ร.ก. เพื่อหนีการตรวจสอบของสภา ที่ควรจะต้องเกิดขึ้นหากมีการเสนอโครงการผ่านกระบวนการงบประมาณปกติ หรือ แม้กระทั่งผ่าน พ.ร.บ. เงินกู้ . หนีที่ 2 = หวังว่าจะไม่เกิดขึ้น? . ในเมื่อ พ.ร.ก. เงินกู้ บังคับใช้แล้ว หากรัฐบาลมีความประสงค์จะเดินหน้ากู้เงินมาใช้ พรรคประชาชนเห็นว่าสภาควรตั้ง กมธ. วิสามัญ มาติดตามและตรวจสอบการใช้เงินตาม พ.ร.ก. เงินกู้ ซึ่งเป็นแนวทางที่สภาเคยใช้สำหรับ พ.ร.ก. เงินกู้ ครั้งก่อนๆ (เช่น ในช่วงโควิด) - แม้การยื่นศาลรัฐธรรมนูญ อาจทำให้การพิจารณา “อนุมัติ” พ.ร.ก. โดยสภา ถูกชะลอออกไป แต่หากรัฐบาลเริ่มใช้เงินตาม พ.ร.ก. การ “ตรวจสอบ” โดยสภาผ่านกลไก กมธ. ก็ควรต้องเริ่มดำเนินการเช่นกัน - วันนี้ ทาง สส.พรรคประชาชนได้ยื่นญัตติดังกล่าวต่อสภา โดยเราหวังว่า สส. รัฐบาล จะไม่ใช้วิธีการสกัดกั้นการตั้ง กมธ. วิสามัญ ดังกล่าว เพราะหากทำเช่นนั้น จะยิ่งเป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลพร้อมใช้ทุกวิถีทาง ในการเดินหน้าโครงการพลังงาน 200,000 ล้านบาท โดยหลบเลี่ยงการตรวจสอบของสภา

Parit Wacharasindhu (Itim)

15,488 просмотров • 4 месяцев назад

[ พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท : วิกฤตประชาชน แต่โอกาสของใคร? ] . วันนี้ ผมได้มีส่วนร่วมอภิปรายเหตุผลว่าทำไมพรรคประชาชนเราไม่เห็นด้วย กับ พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านที่ทางรัฐบาลได้เสนอเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร . รองนายกฯ เอกนิติ พูดไว้ตอนเช้า ว่ารัฐบาลต้องการใช้ พ.ร.ก.เงินกู้ ฉบับนี้เพื่อ “เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส” . แม้ฟังดูดี แต่คำถามสำคัญที่ผมมีคือ รัฐบาลกำลังจะเปลี่ยนวิกฤตประชาชน เป็นโอกาสด้านไหนของใคร? . อย่างที่ทราบกันดี พ.ร.ก. เงินกู้ 400,000 ล้านบาท มีการแบ่งออกเป็น 2 ก้อน - ก้อน 1 (200,000 ล้านบาท) = การเยียวยา-ช่วยเหลือประชาชน - ก้อน 2 (200,000 ล้านบาท) = การเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน . ปัญหาหลักที่ผมได้วิจารณ์รัฐบาลมาโดยตลอด คือการที่รัฐบาลมัดรวม ก้อน 2 ไปอยู่ใน พ.ร.ก. ฉบับเดียวกันกับ ก้อน 1 ทั้งๆที่ยังไม่มีแผนงาน-รายละเอียดโครงการ-ตัวชี้วัดที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านทางพลังงาน ซึ่งทำให้สภาถูกมัดมือชก ว่าหากจะลงมติว่าอนุมัติหรือไม่อนุมัติ จะต้องลงมติสำหรับทั้งสองก้อนไปในทางเดียวกันและในคราวเดียวกัน . การที่ความไม่ชัดเจนดังกล่าวยังคงดำรงอยู่ ทั้งๆที่ ครม. มีมติอนุมัติ พ.ร.ก. เงินกู้ ตั้งแต่ 113 วันที่แล้ว ยิ่งตอกย้ำว่าข้ออ้างเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนที่รัฐบาลใช้ในการตรา พ.ร.ก. เงินกู้ ฟังไม่ขึ้น . ผมเลยมี 2 ทฤษฎี ว่าทำไมรัฐบาลถึงเสนอวงเงินเรื่องการเปลี่ยนผ่านทางพลังงานเข้ามาใน พ.ร.ก. เงินกู้ ฉบับนี้ (แทนกระบวนการงบประมาณปกติ) . 1. รัฐบาลกำลังพลิกวิกฤตประชาชน มาเป็นโอกาสในการทำมาหากินหรือโอกาสทางปากท้องของรัฐบาล . - ความโปร่งใสในการกลั่นกรองโครงการ เป็นข้อกังวลหลักของ สส. หลายคน ยิ่งในเมื่อกระบวนการตรวจสอบมีความเข้มงวดน้อยกว่าในกรณีที่เป็นการใช้งบประมาณตามปกติ และเนื่องจากคณะกรรมการกลั่นกรอง (มาตรา 7) มีลักษณะของการที่รัฐบาลเป็นฝ่ายตั้งคนมาตรวจสอบตนเอง . 2. รัฐบาลกำลังพลิกวิกฤตประชาชน มาเป็นโอกาสในการสร้างคะแนนนิยมทางการเมืองให้กับรัฐบาล . - ในเมื่อมีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลจะไม่สามารถอนุมัติโครงการพลังงานได้ครบตามวงเงินภายในกรอบเวลาของ พ.ร.ก. ที่ต้องลงนามในสัญญาเงินกู้ภายใน 30 ก.ย. 2570 หลายคนเลยมีความกังวลใจว่าจะมีการโอนวงเงินที่กันไว้สำหรับการกู้มาใช้ในโครงการพลังงานในก้อน 2 มาเป็นวงเงินที่ใช้สำหรับการกู้มาแจกเพิ่มเติมจากก้อน 1 (มาตรา 6) . ทั้งหมดนี้ จึงทำให้ผมกังวลว่ารัฐบาลกำลังจะใช้ พ.ร.ก. เงินกู้ เพื่อพลิกวิกฤตปากท้องของประชาชน มาเป็นโอกาสด้านปากท้องและโอกาสทางการเมืองของรัฐบาล - โดยสรุป ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการออก พ.ร.ก. เงินกู้ ที่ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ไม่เปิดให้ถูกตรวจสอบได้เต็มที่โดยตัวแทนประชาชน และไม่เกรงใจภาระทางการคลังที่จะไปตกกับประชาชนทั้งรุ่นนี้และรุ่นถัดๆไป

Parit Wacharasindhu (Itim)

16,798 просмотров • 1 месяц назад