Sensitive content

This media may contain sensitive content.

Video yükleniyor...

Video Yüklenemedi

Ana Sayfaya Dön

จริงๆผมจะตั้งกล้อง แต่เมียบอกรอไม่ไหว เลยได้ของสวยๆงามๆมาแบ่งปันกันแค่นี้คับ

17,998 görüntüleme • 5 ay önce •via X (Twitter)

0 Yorum

Yorum bulunmuyor

Orijinal gönderinin yorumları burada görünecek

Benzer Videolar

แค่หน้าตาดี ทุกคนก็ใจดีกับคุณแล้ว... เรื่องนี้เราเจอกับตัวเอง เราเปิดร้านขายเสื้อผ้า วันหนึ่งมีครอบครัวหนึ่งเข้ามา พ่อ แม่และลูกสาว 2 คน คนน้องหน้าตาสวยน่ารักส่วนคนพี่ไม่ได้ตรงตามบิวตี้สแตนดาร์ด แต่ทั้งคู่รูปร่างเล็กพอๆ กัน ตอนเลือกเสื้อผ้าพ่อแม่ช่วยคนน้องทุกอย่าง ทั้งเลือกชุด แนะนำ และชมว่าสวยตลอด แต่คนพี่ยืนเลือกเสื้ออยู่คนเดียวไม่มีใครสนใจ เราเห็นแล้วเลยเข้าไปช่วยแนะนำและพาไปลอง คนพี่ชอบชุดสีชมพูค่อนข้างสดดูออกว่าอยากได้มาก แต่พ่อแม่กลับเบ้ปากแล้วบอกว่า "ไม่เหมาะ" แถมแม่ยังประชดว่า "ใส่แล้วคงเหมือนอีกาคาบพริก" ตอนนั้นทั้งร้านเงียบมาก เราได้แต่ก้มหน้าทำเป็นเก็บของ เพราะไม่รู้จะพูดอะไร สุดท้ายคนน้องได้ชุดกลับบ้าน เพราะไม่ว่าจะลองชุดไหน พ่อแม่ก็ชมว่าสวย ส่วนคนพี่ไม่ได้อะไรกลับไปเลย

⚜️L-ily 🌟

777,409 görüntüleme • 16 saat önce

📣 จากอดีตเศรษฐีนีร้อยล้าน สู่ผู้สูญสิ้นทรัพย์สินมหาศาลเพราะถูกลูกจ้างคนสนิทหักหลังโกง ทว่าหัวใจที่ยิ่งใหญ่ไม่เคยยอมแพ้ นำสมบัติชิ้นสุดท้ายออกขาย เพื่อต่อลมหายใจให้หมาแมวจรจัดเกือบ 2,000ชีวิต ◼️ เรื่องราวของ "ป้าติ๋ม" หรือ คุณกวิพร วินิจเถาปฐม เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2546 จากความสงสารลูกสุนัขที่ถูกทิ้งไว้ในกรงของร้านขายสัตว์เลี้ยงในยามค่ำคืน ◼️ จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ ป้าติ๋มได้เริ่มนำอาหารไปเลี้ยงสุนัขจรจัดตามริมถนน วัด และแคมป์คนงานก่อสร้าง พร้อมทั้งช่วยทำหมันและรักษาโรคให้สัตว์เหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง ◼️ ความเมตตาได้ก่อตัวจนกลายเป็น "บ้านนางฟ้าของสัตว์จร" ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี (ขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องกับกรมปศุสัตว์) ซึ่งปัจจุบันเป็นที่พักพิงของสุนัขและแมวจรจัดกว่า 1,700 ชีวิต (จากที่เคยมียอดสูงสุดถึงกว่า 2,000 ตัว) ◼️ ในอดีต ป้าติ๋มคือมหาเศรษฐีนี เจ้าของบริษัทขนส่งคอนกรีตผสมเสร็จที่เจริญรุ่งเรืองอย่างมาก โดยมีรถโม่ปูนในความดูแลถึง 280 คัน และสร้างรายได้เข้าบริษัทกว่า 20 ล้านบาทต่อเดือน ◼️ ทว่าเธอเลือกที่จะนำเงินรายได้เฉลี่ยเกือบ 1 ล้านบาทต่อเดือน มาเป็นค่าอาหาร ยารักษาโรค และค่าจ้างคนงานเพื่อดูแลสัตว์จรจัด ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอได้อุทิศเงินส่วนตัวไปแล้วกว่า 100 ล้านบาท ◼️ ความเสียสละของป้าติ๋มยิ่งใหญ่ถึงขั้นยอมนำสมบัติล้ำค่าอย่าง "พระสมเด็จวัดระฆัง" ไปปล่อยเช่าในราคา 3 ล้านบาท เพื่อนำเงินทุกบาททุกสตางค์มาซื้ออาหารให้สัตว์จนหมดสิ้น 🔵 มรสุมชีวิตครั้งใหญ่ เมื่อความไว้ใจถูกทำลายจนสูญสิ้นธุรกิจ ◼️ จุดพลิกผันเกิดขึ้นเมื่อสามีของป้าติ๋มล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งและเสียชีวิตลง เธอจึงมอบความไว้วางใจให้หัวหน้าช่างคนสนิทดูแลกิจการ แต่ลูกจ้างคนดังกล่าวกลับลักลอบเปิดบริษัททับซ้อนและนำบิลมาเบิกเงินกับทางบริษัทของเธอ ◼️ ความจริงปรากฏในเดือนเมษายน 2567 เมื่อมีสายโทรศัพท์ติดต่อมาขอซื้อ "เล่มทะเบียนรถ" ในราคา 50,000 บาท ทำให้ป้าติ๋มทราบว่าลูกจ้างคนสนิทได้แอบนำรถโม่ปูนจำนวน 32 คัน ไปทยอยขายทอดตลาด สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ◼️ แม้จะมีการแจ้งความและผู้ก่อเหตุได้เข้ามอบตัวแล้ว แต่ระยะเวลาผ่านไปกว่า 8 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับยังไม่สามารถติดตามรถคืนมาได้แม้แต่คันเดียว ทั้งที่ป้าติ๋มได้ให้ข้อมูลจุดจอดรถอย่างชัดเจน จนท้ายที่สุดบริษัทต้องปิดตัวลง ◼️ ในวันนี้ ป้าติ๋มเหลือเพียงเล่มทะเบียนรถเปล่า ไร้ซึ่งทรัพย์สินที่เคยมี และต้องแบกรับภาระหนี้สินก้อนโต จนต้องตัดสินใจประกาศขายบ้านมูลค่า 25 ล้านบาท เพื่อนำเงินมาชำระหนี้ธนาคาร 🔵 ยอมสละสมบัติชิ้นสุดท้าย เพื่อแลกกับอาหารและลมหายใจของสัตว์นับพัน ◼️ ล่าสุดเรื่องราวได้กลายเป็นไวรัลที่สร้างความสะเทือนใจ เมื่อป้าติ๋มและลูกชายได้นำ "กรอบพระทองคำ" เดินทางไปยังร้านทองนะโม เพื่อขอขายขาดนำเงินมาซื้ออาหารให้สุนัข ◼️ ป้าติ๋มเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้นำกรอบพระไปจำนำไว้ในราคา 100,000 บาท แต่ปัจจุบันไม่สามารถแบกรับภาระดอกเบี้ยเดือนละกว่า 4,000 บาทได้อีกต่อไป โดยยอดดอกเบี้ยสะสมพุ่งสูงกว่า 20,000 บาท จึงจำใจต้องขายสมบัติชิ้นท้ายๆ ที่เหลืออยู่ ◼️ นับเป็นความโชคดีที่เจ้าของร้านทองมีจิตเมตตา ได้ช่วยประเมินราคาทองตามน้ำหนักจริงและรับซื้อไว้ในราคา 122,938 บาท ทำให้ป้าติ๋มได้รับเงินส่วนต่างไปหมุนเวียนต่อ อีกทั้งทางร้านยังอาสาเข้ามาช่วยดูแลและวางแผนแก้ปัญหาหนี้สินต่างๆ ให้ป้าติ๋มโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย 🔵 พระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และลูกชายผู้เปี่ยมด้วยความกตัญญู ◼️ ท่ามกลางวิกฤตชีวิต ป้าติ๋มได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงพระราชทานความช่วยเหลือเป็นค่าอาหารสุนัขเดือนละ 100,000 บาท (เทียบเท่าอาหารสุนัข 163 กระสอบต่อเดือน) มาตั้งแต่ปี 2564 ซึ่งเปรียบเสมือนน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตสัตว์จรจัดนับพัน ◼️ อีกหนึ่งแสงสว่างในชีวิตคือ ลูกชายวัย 37 ปี ผู้มีประวัติการศึกษาอันยอดเยี่ยม (จบการศึกษาจากสหรัฐอเมริกา และเป็นนักศึกษาปริญญาโทหลักสูตรนานาชาติดีเด่น มหาวิทยาลัยมหิดล) ที่ตัดสินใจสละอนาคตหน้าที่การงานและชีวิตส่วนตัว เพื่อมาอยู่เคียงข้างและช่วยมารดาดูลสัตว์ ◼️ สิ่งที่น่ายกย่องที่สุดคือ ลูกชายไม่เคยกล่าวโทษหรือตำหนิคุณแม่แม้แต่ครั้งเดียว ที่นำทรัพย์สินมหาศาลของครอบครัวมาอุทิศเพื่อสัตว์จรจัด ปัจจุบันทั้งสองแม่ลูกใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายและรับประทานอาหารมังสวิรัติเป็นประจำ ◼️ ความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของป้าติ๋มได้รับการเชิดชูเกียรติในระดับสากล โดยแบรนด์ช็อกโกแลตระดับโลกอย่าง Hershey's ได้คัดเลือกภาพใบหน้าของเธอไปตีพิมพ์บนซองผลิตภัณฑ์ เพื่อยกย่องในฐานะสตรีผู้สร้างคุณูปการอันล้ำค่าแก่สังคม Cr. สรุปเนื้อหาอรรถรส คลิปวิดีโอร้านทองนะโม

ฉันเล่าแล้วเธอห้ามบอกใครนะ

421,025 görüntüleme • 1 gün önce