Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

ยกตัวอย่างเช่น : เมะตึกอโศก

28,472 просмотров • 5 дней назад •via X (Twitter)

Комментарии: 0

Нет доступных комментариев

Здесь появятся комментарии из оригинального поста

Похожие видео

อันนี้ดีอ่ะ ใครอยากให้บังทันวงแตก แยกวงก็อดทนหน่อยนะ😔 💜พูดถึงความเป็นทีมของบังทัน 🐥สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ เราอนุญาตให้ทะเลาะกันได้ครับ 🐥แต่การสื่อสาร คือ หัวใจสำคัญ หลังจากที่เราทะเลาะกันแล้ว พวกเราจะมารวมตัวกันแล้วคุยกันว่า "ทำไมเราถึงทะเลาะกัน" 🐥พวกเราทำแบบนี้มาตั้งแต่สมัยเป็นเด็กฝึกเลยครับ 🐥ยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมกับจองกุกเกิดมีเรื่องทะเลาะกันขึ้นมา วันนั้นพวกเราทุกคน (มบ. ทั้งวง) จะมานั่งล้อมวงกัน แล้วเริ่มถามว่า ใครเป็นคนเริ่ม? ทำไมถึงทำแบบนั้น? และสาเหตุเกิดจากอะไร? 🐥พวกเราจะคุยกันแบบนี้ทุกเรื่องเลยครับ

🌦️☔EndorJIN💓💜❤️ARIRANG🌸

36,871 просмотров • 3 месяцев назад

3 สัญญาณที่บอกว่า “ไขมันลด” ถึงแม้น้ำหนักตัวเท่าเดิมมา Checklist กันค่ะ🫶🏻 1. เสื้อผ้าเริ่มหลวม (สัดส่วนลดลง) * กางเกงตัวเก่งที่เคยคับเริ่มใส่สบายขึ้น * ต้องขยับเข็มขัดเข้าอีกรู * เสื้อผ้าบริเวณหน้าท้องหรือต้นขาดูไม่ตึงเหมือนก่อน นั่นแปลว่า “ปริมาณไขมัน” ซึ่งมีขนาดใหญ่และกินพื้นที่ได้หายไป และถูกแทนที่ด้วยกล้ามเนื้อที่กระชับกว่าค่ะ 2. รูปร่างดู “ลีน” และเห็นลายกล้ามเนื้อชัดขึ้น เมื่อไขมันใต้ผิวหนังลดลง จะทำให้เห็นรายละเอียดของร่างกายชัดเจนขึ้น * ความชัดของกล้ามเนื้อ อาจเริ่มเห็นร่อง 11 จางๆ หรือเห็นเส้นแบ่งของกล้ามเนื้อแขนและไหล่ชัดขึ้น * ความกระชับ เนื้อเหลวๆ หรือส่วนที่เคยย้วยจะเริ่มแน่นขึ้นเมื่อจับส่วนนั้น ทริค! ลองถ่ายรูปหน้ากระจกในมุมเดิมและแสงเดิมทุกสัปดาห์ จะช่วยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดกว่าการส่องกระจกทุกวัน 3. ความแข็งแรงและความทนทานเพิ่มขึ้น การที่ไขมันลดลงมักเกิดจากการออกกำลังกายและคุมอาหารที่ถูกต้อง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อสมรรถภาพร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น * ถ้าแข็งแรงขึ้น เราจะสามารถยกเวทได้หนักขึ้น หรือทำท่าออกกำลังกายที่เคยทำไม่ได้ * ถ้าเหนื่อยยากขึ้น เราสามารถวิ่งได้ไกลขึ้น หรือออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่หอบเท่าเดิม เพราะฉะนั้นให้เวลาตัวเองเยอะๆ และทำต่อไปเรื่อยๆ ผลลัพธ์จะชัดเจนขึ้นแน่นอนค่ะ🙆🏻‍♀️🤍✨

ใบหม่อนจะเฮลตี้

101,862 просмотров • 4 месяцев назад

[Interview Video 1/3] จางหลิงเฮ่ออาจจะต้องระมัดระวังคำพูดทุกอย่างมากขึ้น แล้วก็ใส่ใจภาพลักษณ์มากขึ้นด้วย แต่ถ้าเป็นจางเจียเหว่ย ก็คงจะเป็นตัวเองมากกว่า และก็จะไม่มีใครเรียกผมว่าจางเจียเหว่ย ทุกคนเรียกผมว่าจางหลิงเฮ่อ ถ้าผมไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงการนี้ จริงๆแล้วมีโอกาสสูงมากที่ผมจะทำงานที่ใกล้เคียงกับสาขาวิชาที่เรียนมา ชีวิตอาจจะเป็นระเบียบกว่าตอนนี้ อาจจะเหมือนทุกคน คือเข้าออฟฟิศแปดหรือเก้าโมงเช้า กลับบ้านมาก็กินข้าวเย็น ทุกวันก็ไปทำงาน เลิกงาน ถึงวันเสาร์อาทิตย์ก็ได้หยุดสองวัน Q : ลองนึกดูสิว่า ปัญหาใหญ่ที่สุดของจางเจียเหว่ยคืออะไร? ZLH : ปัญหาใหญ่ที่สุดของจางเจียเหว่ย อันนี้ก็คาดเดาไม่ได้จริงๆ อาจจะเป็นการได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ หลายคนถามผมว่า ถ้าย้อนกลับไปเมื่อเจ็ดปีก่อน คุณจะยังเลือกอาชีพนี้ไหม? จนถึงตอนนี้ คำตอบของผมก็ยังเหมือนเดิม คือผมจะเลือกเหมือนเดิม เพราะสำหรับผม สำหรับจางเจียเหว่ยในตอนนั้น มันคือสิ่งใหม่อย่างหนึ่ง ผมคิดว่าถึงแม้จะไม่ได้ทำงานในวงการนี้ จางเจียเหว่ยก็คงยังอยากลองทำสิ่งใหม่ๆ อยู่ดี เพราะนี่คือสิ่งที่ผมโหยหาเป็นอย่างมาก นั่นคือการที่ทุกวันมีความท้าทายใหม่ๆ ให้ความอยากรู้อยากเห็นของผมผลักดันให้เดินหน้าต่อไป ความเข้าใจของผมที่มีต่อจางเจียเหว่ย ก็คือเขาเป็นตัวผมเอง ไม่ใช่อีกด้านหนึ่งของจางหลิงเฮ่อ ยกตัวอย่างเช่น เวลาที่คุณเป็นจางหลิงเฮ่อ คุณอาจจะมีบทบาทติดตัว มีหน้าที่ของบทบาทนั้นอยู่บนตัว จางหลิงเฮ่ออาจจะต้องระมัดระวังคำพูดทุกอย่างมากขึ้น แล้วก็ใส่ใจภาพลักษณ์มากขึ้น สิ่งที่แสดงออกต่อภายนอกก็หวังว่าตัวเองจะดูสดใสและเป็นพลังบวกมากขึ้น แต่ถ้าเป็นจางเจียเหว่ย ก็อาจจะเป็นตัวเองมากกว่า จางหลิงเฮ่อไม่ค่อยมีโอกาสทำหลายๆ อย่างที่จางเจียเหว่ยชอบทำ เพราะฉะนั้นจางเจียเหว่ยจึงเหมือนผมมากกว่า น่าจะเป็นตัวผมในเวลาส่วนตัว ส่วนจางหลิงเฮ่อจะปรากฏอยู่ในบทบาทต่างๆ มากกว่า เวลาที่อยู่ในกองถ่าย ก็จะมีเงาของตัวละครอื่นๆ ติดอยู่บนตัวผม Q : การเลือกว่าจะเป็นจางเจียเหว่ยต่อไป หรือจะกลายเป็นจางหลิงเฮ่อ ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจที่สำคัญแบบนี้ ทุกคนต่างก็ต้องพบเจอในชีวิต และผู้คนมักจะรู้สึกโชคดีเมื่อประสบความสำเร็จ และเสียใจภายหลังเมื่อผิดหวัง คุณเคยมีช่วงเวลาแบบนี้ไหม? ZLH : ผมไม่ใช่คนที่มีนิสัยแบบนั้น ยกตัวอย่างเช่น เวลาปกติที่ผมเจอความยากลำบาก ผมจะไม่คิดว่า ทำไมฉันต้องมาเจอเรื่องแบบนี้หรือ ไม่น่าเลือกอาชีพนี้เลย ผมจะคิดแค่ว่า ปัญหานี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แล้วจะแก้ไขมันอย่างไร สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการแก้ปัญหา ไม่ใช่เหรอ? ไม่ใช่การต้องมานั่งเสียใจกับการตัดสินใจในอดีต เพราะไม่มีอะไรให้ต้องเสียใจ ต่อให้คุณเลือกอีกเส้นทางหนึ่ง คุณก็ต้องเจอปัญหาอีกแบบหนึ่งอยู่ดี การแก้ปัญหาต่างหากที่สำคัญที่สุด Q : เวลาคุณแก้ปัญหาหรือจัดการกับอารมณ์ของตัวเอง คุณมีวิธีหรือสูตรเฉพาะของตัวเองไหม? ZLH : ถามว่ามีสูตรสำเร็จไหม? จริง ๆ แล้วไม่มีสูตรอะไรเลย อย่างที่ผมเคยบอกว่า เวลาผมจัดการกับอารมณ์ตัวเอง ผมชอบอยู่คนเดียว ก็เพราะจริงๆ แล้วผมเองก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร แม้ว่าผมจะเป็นคนที่เวลาเจอปัญหาจะคิดหาวิธีแก้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะเจอปัญหาใหม่แล้วจะแก้ได้ทันที เวลาที่เจอปัญหาใหม่ๆ ผมเองก็มีช่วงที่อารมณ์ตกเหมือนกัน ที่บอกว่าขังตัวเองอยู่ในห้องคนเดียว ก็เพื่อพยายามไม่ให้อารมณ์เข้ามาครอบงำตัวเอง หลังจากผ่านประสบการณ์แบบนี้มาหลายครั้ง คุณก็จะรู้ว่า อ้อ… ที่แท้อารมณ์แบบนี้สามารถผ่านไปได้ เช่น การเบี่ยงเบนความสนใจ หรือพยายามไม่จมอยู่กับอารมณ์ วิธีแบบนี้ก็ช่วยให้แก้ปัญหาได้ ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ตอนนี้ผมไม่ค่อยขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่ออยู่คนเดียวแล้ว (แปลผิดพลาดตรงไหน ขออภัยด้วย🙏)

 PG *✲゚*。⋆🇪🇸⚽️

19,057 просмотров • 9 дней назад

เช้าวันนี้ ผมได้ใช้สิทธิพาดพิง หลังจากที่ทางรองประธานสภาฯคนที่หนึ่ง มีการกล่าวถึงผมในการประชุมเมื่อคืน . 1. ท่านรองประธานพาดพิงถึงผมโดยพยายามจะสื่อว่าผมมีเจตนาในการไป “จุดกระแส” หรือ “รื้อรั้วบ้าน” . ผมยืนยันว่าผมทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง โดยเราได้มีการศึกษาและตรวจสอบคำของบประมาณของทุกหน่วยรับงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับการยกระดับประชาธิปไตย (เช่น กกต. ป.ป.ช. สภา) - เราไม่ได้เพ่งเล็งมาที่งบประมาณสภาเพียงอย่างเดียว แต่มันก็บ่งบอกอะไรหลายหลายอย่างที่สื่อมวลชนและสาธารณะตั้งคำถามกับการตั้งงบประมาณของสภาในปีนี้เป็นพิเศษ . 2. ท่านรองประธานย้ำอยู่หลายรอบว่า “งบประมาณยังไม่ผ่านสภา” และ “ยังไม่มีการใช้จ่าย” . ผมเห็นว่าคำพูดนี้ เป็นการพูดความจริงที่ยังไม่ครบถ้วน . เพราะแม้งบประมาณสำหรับหลายโครงการ (เช่น งบปรับปรุงศาลาแก้ว งบปรับปรุงห้องประชุมงบประมาณ งบก่อสร้างอาคารที่จอดรถ) ยังไม่ได้มีการใช้จ่ายจริง แต่งบประมาณส่วนหนึ่งที่ทางสภาได้เตรียมใช้จ่ายไว้แล้ว และมีการโอนงบประมาณจากโครงการอื่นใน งบ 67 มาไว้แล้ว ก็คืองบประมาณสำหรับโครงการออกแบบอาคารที่จอดรถ (มูลค่า 105 ล้านบาท) - โครงการนี้ได้มีการดำเนินการไปแล้วในการคัดเลือกบริษัท ถึงขึ้นมีการประกาศผู้ชนะในการคัดเลือกไปเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าตอนนี้ที่ยังไม่ได้มีการเซ็นสัญญาเพราะว่ามีบริษัทอื่นที่เกี่ยวข้องทักท้วงเข้ามา เนื่องจากว่ามีการเปิดเวลาในการรับข้อเสนอที่สั้นมาก . 3. ท่านรองประธานพูดว่า “งบประมาณนั้นยังไม่ผ่านสภา มันจะทุจริตได้ยังไง” . ผมต้องชี้แจงว่า “การทุจริตที่มีการเอื้อผลประโยชน์ให้พวกพ้อง” ไม่ใช่ความเลวร้ายเดียวที่เราต้องตรวจสอบ เกี่ยวข้องกับการจัดทำงบประมาณ . แต่ผมเห็นว่า “การตั้งโครงการที่ไม่จำเป็น” ก็เป็นความเลวร้ายอีกรูปแบบหนึ่งของการจัดทำงบประมาณ เพราะเป็นการนำเอาภาษีของพี่น้องประชาชนมาใช้กับประเด็นที่ไม่ได้เร่งด่วนและไม่ได้เป็นประโยชน์สูงสุดของประชาชน . ยกตัวอย่างเช่น โครงการการตกแต่งฉากหลังบัลลังก์ประธานสภา (มูลค่า 133 ล้านบาท) ที่มีการทำคำของบประมาณเข้ามา - ถึงแม้โครงการดังกล่าว จะมีกระบวนการในการคัดเลือกที่โปร่งใสขนาดไหน หรือมีบริษัทที่เข้ามาทำที่ให้ราคาดีแค่ไหน แต่ในมุมมองของผม เราไม่ควรใช้เงินสักบาทจากภาษีพี่น้องประชาชนไปกับการตกแต่งฉากหลังซึ่งไม่ได้ทำให้การประชุมสภาของเรานั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น . 4. ท่านรองประธานทิ้งท้ายโดยการแนะนำผมว่า “ถ้าท่าน(พริษฐ์)เก่งจริง ท่านไปตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงต่างๆ” . ผมต้องยืนยันว่าผมทำหน้าที่ตรงนั้นอยู่แล้ว - ผมทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณของพี่น้องประชาชนทุกบาททุกสตางค์ด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงไหน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยรับงบประมาณใด และไม่ว่าหัวหน้าส่วนราชการจะเป็นใคร . แต่ผมต้องย้ำว่าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจะมีความชอบธรรมอะไร ในการไปตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงอื่นของหน่วยงานอื่น ถ้าหน่วยงานต้นสังกัดผม ยังถูกมองว่ามีการตั้งงบประมาณที่ไม่สมเหตุสมผล . 5. ท่านรองประธานบอกว่าสิ่งที่ผมได้ทำหน้าที่ของผมไป อาจจะทำให้สภา “เสียหาย” . ผมยืนยันว่าการตั้งคำถามของผมในฐานะตัวแทนประชาชน ไม่ได้ทำให้สภาเสียหาย แต่ถ้าผู้บริหารสภาไม่สามารถตอบคำถามที่ประชาชนสงสัยได้อย่างดีเพียงพอ จนทำให้ประชาชนหมดข้อสงสัยว่างบประมาณของสภานั้นสมเหตุสมผลหรือไม่ ตรงนั้นต่างหากที่อาจจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เสียหาย

Parit Wacharasindhu (Itim)

54,056 просмотров • 1 год назад

[ ผลักดันร่าง พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ - สะสางระบบใบอนุญาตให้ “โกงไม่คุ้ม โกงไม่ได้ โกงไม่รอด ] . วันนี้ ผมได้อภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน (ซึ่งมีฉบับของพรรคประชาชนและของ ครม.) เพราะผมเห็นว่ากฎหมายดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน . ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เป็นปัญหาอันดับต้นๆของประเทศที่อยู่กับสังคมไทยอย่างเรื้อรังมายาวนาน . ถ้านับเฉพาะ 8 ปีที่ผ่านมาที่เราอยู่ภายใต้กฎหมายสูงสุดของประเทศ ที่บางคนภาคภูมิใจว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” คะแนนเรื่องความโปร่งใสเรา ใน “ดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชัน” (corruption perceptions index) ลดลงจาก 38 คะแนนเมื่อปี 2014 ไถลลงมาเหลือ 35 คะแนนเมื่อปี 2023 - รั้งอยู่อันดับที่ 108 จาก 178 ประเทศที่มีการวัดผล . ผมไม่คิดว่าสาเหตุที่ประเทศไทยมีปัญหาการทุจริตมากกว่าประเทศอื่น เป็นเพราะเราคนไทยเกิดมาแล้วมีนิสัย “ขี้โกง” กว่าคนประเทศอื่น . และผมก็ไม่คิดว่าประเทศที่มีปัญหาการทุจริตน้อยที่สุดในโลกมีแต่คนบริสุทธิ์ผุดผ่องที่ไม่มีแนวโน้มจะกระทำการทุจริตเลย . ผมจึงเห็นว่า การหาทางออกเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศเรา - ไม่ควรเน้นไปที่การหวังลมๆแล้งๆ ว่าทุกคนจะกลายเป็น “คนดี” เพราะมนุษย์ทุกคนย่อมมีความเสี่ยงที่จะแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัวหากมีโอกาส - แต่ควรเน้นไปที่การสร้าง “ระบบที่ดี” ที่ป้องกันไม่ให้การทุจริตเกิดขึ้นและที่สร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่ส่งเสริมหรือเอื้อให้เกิดการทุจริต . ระบบหนึ่งในประเทศเราที่เอื้อต่อการทุจริต (โดยเฉพาะการรับและการจ่ายสินบน)คือ “ระบบใบอนุญาต” ที่มาก ช้า และซับซ้อนเกินจำเป็น - ยกตัวอย่างเช่น การเปิดร้านอาหารที่ต้องขอใบอนุญาต 12 ใบ จาก 10 หน่วยงาน . ดังนั้น การที่ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ พยายามจะเข้าไปสะสางปัญหาเรื่องระบบใบอนุญาต ณ ปัจจุบัน จะมีส่วนสำคัญในการแก้ปัญหาการทุจริต โดยการทำให้การ “โกง” ที่เกี่ยวกับใบอนุญาต เป็นการโกงที่ “โกงไม่คุ้ม” “โกงไม่ได้” “โกงไม่รอด” . [ 1. #โกงไม่คุ้ม ] . พอกระบวนการขอใบอนุญาตต่างๆมีความล่าช้าและซับซ้อน ประชาชนและธุรกิจจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจจ่ายสินบนเพื่อให้ได้ใบอนุญาตเร็วขึ้นหรือชัวร์ขึ้นเพราะเห็นว่าต้นทุนหรือค่าเสียหายจากความล่าช้าหรือความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้น อาจจะมากกว่าต้นทุนหรือมูลค่าของสินบนที่ต้องจ่าย . ร่าง พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ ฉบับนี้ พยายามจะทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาต กลายเป็นการ “โกงที่ไม่คุ้ม” โดยการทำให้การขอใบอนุญาตตามกระบวนการขั้นตอนปกติ มีความรวดเร็ว แน่นอน สะดวกมากขึ้น ผ่านการ: . - กำหนดให้จัดทำคู่มือเพื่อระบุ “กรอบระยะเวลา” ที่ชัดเจน สำหรับกระบวนการพิจารณาใบอนุญาตทุกฉบับ โดยต้องมีการทบทวนกรอบเวลาดังกล่าวให้เหมาะสมอย่างน้อยทุก 2 ปี . - วางกลไกเรื่อง auto-approve หรือ การ “อนุมัติอัตโนมัติ” ที่กำหนดว่า หากประชาชนยื่นเอกสารครบถ้วน แต่หน่วยงานรัฐพิจารณาเสร็จไม่ทัน “กรอบเวลา” ที่กำหนดไว้ในคู่มือโดยไม่แจ้งเหตุผลกลับมา ให้ถือว่าได้ผู้ขอรับใบอนุญาตทันที . [ 2. #โกงไม่ได้ ] . ในทุกๆการทุจริตนั้น “ตบมือข้างเดียวไม่ดัง” . ในบางครั้ง การทุจริตอาจจะไม่ได้ริเริ่มมาจากประชาชนที่ต้องการจะจ่ายสินบนเพื่อแลกมากับใบอนุญาตที่เร็วขึ้นเสมอไป แต่อาจมีต้นตอมาจากเจ้าหน้าที่บางคนที่ตั้งใจทำให้กระบวนการทั้งหมดมันล่าช้าเพื่อหวังเรียกสินบนหรือผลประโยน์จากคนที่พร้อมจ่ายสืนบนเพื่อแลกกับความเร็ว . ร่าง พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ นี้ พยายามจะทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาตกลายเป็นการโกงที่ “ทำไม่ได้” หรือ “ทำได้ยากขึ้น” โดยการป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ช่องว่างดังกล่าวเพื่อเรียกผลประโยชน์เข้าตน ผ่านการ: . - วางกลไกที่จะทำให้กระบวนการขอใบอนุญาตมีแนวโน้มที่จะทำผ่านรูปแบบและช่องทางอิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดโอกาสในการปฏิสัมพันธ์กันระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ขอใบอนุญาต และน่าจะลดความเสี่ยงที่จะมีการเรียกผลประโยชน์จากเจ้าหน้าที่ได้ในระดับหนึ่ง . - เปิดไว้ว่าหากใบอนุญาตฉบับใดมีหน่วยงานที่เป็นผู้อนุญาตมากกว่า 1 ราย ผู้อนุญาตสามารถพิจารณาคำขอแทนกันได้ ซึ่งหมายความว่าหากผู้อนุญาตคนไหนมีพฤติกรรมที่เป็นการเรียกสินบนหรือผลประโยชน์ ประชาชนผู้ขอใบอนุญาตก็สามารถไปใช้บริการกับผู้อนุญาตส่วนอื่นแทนได้ . [ 3. #โกงไม่รอด ] . อีกวิธีหนึ่งที่จะป้องกันให้คนที่คิดจะโกง ไม่กล้าโกง คือการทำให้ทุกการกระทำ เกิดขึ้นในที่แจ้ง มีความโปร่งใส และถูกตรวจสอบได้ . หากพูดถึงบริบทของการจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาต วิธีการหนึ่งที่จะสร้างความโปร่งใส และป้องกันการกระทำดังกล่าวคือการมีระบบที่สังคมตรวจสอบได้ง่าย ว่ามีใครแซงคิวใครหรือไม่? มีใครได้รับการปฏิบัติแบบพิเศษจากเจ้าหน้าที่หรือไม่? . ร่าง พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ นี้ จะทำให้การจ่ายสินบนเพื่อแลกกับใบอนุญาตกลายเป็นการโกงที่คน “กล้าโกง” น้อยลงโดยการปรับปรุงการจัดเก็บและเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการขอใบอนุญาตทั้งระบบ ผ่านการ: . - เสนอให้ตั้งศูนย์รับคำขอกลางขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ในการรับคำขอต่างๆจากประชาชน รวมถึงรวบรวมข้อมูลของปัญหาและอุปสรรคต่างๆที่เกิดขึ้นซึ่งน่าจะส่งผลให้กระบวนการทั้งหมดมีการบูรณาการและมีความโปร่งใสมากขึ้นในการติดตามความคืบหน้าของคำขอต่างๆและความผิดปกติที่พบเจอ . . ผมขอสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกฯ ที่เรากำลังพิจารณาในวันนี้ เพื่อให้เกิดการสะสางระบบใบอนุญาตในประเทศไทย… . …ที่ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนและผู้ประกอบการโดยทั่วไป . …แต่ยังจะมีส่วนในการแก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ผ่านการสร้างระบบที่ “โกงไม่คุ้ม” “โกงไม่ได้” และ “โกงไม่รอด”

Parit Wacharasindhu (Itim)

13,628 просмотров • 1 год назад

"...พูดตรงๆ นะ ผู้ประกอบการไม่มีใครพูดแบบนี้หรอก เพราะผู้ประกอบการเขารู้ว่าประเทศเรามันขาดแรงงานต่างด้าวไม่ได้ คุณไปดูร้านก๋วยเตี๋ยวสุขุมวิทเนี่ย ร้านดังๆ เห้ย คนพม่าหมดร้านเลยนะ.. สมมตินะ อยู่มาวันนึงรัฐบาลมีนโยบายใหม่ กูจะเอาแรงงานต่างชาติต่างด้าวออกไปให้หมด ไทยแลนด์เฟิร์ส บอกให้นะ ศก.ไทยเป็นอัมพาตทันที . มหาชัยน่ะ คุณขาดแรงงานพม่าในโรงงานปลากระป๋องได้มั้ย แรงงานที่มาสร้างตึกแถวๆ คอนโดเราก็แรงงานพม่าหมดเลย ขายไก่ทอดยังเป็นพม่าเลย คือ เวลาคุณพูดเนี่ยเราอยากจะร้องขอไปทางสังคมนะ คุณชาตินิยม คุณรักชาติมันเรื่องของคุณเลย ทุกคนมีสิทธิจะรักชาติ แต่ท้ายที่สุดเราต้องมีความรักชาติแบบพอดี โดยที่เราเห็นสถานการณ์ ใช้ความเป็นจริงในการรักชาติน่ะ เช่น อย่างที่เราบอก มหาชัยทั้งอำเภอถ้าไม่มีแรงงานพม่า จบ โรงงานปลากระป๋องไม่มีแรงงานพม่า นั่นเท่ากับว่าแรงงาน 98% หายหมดทั้งของโรงงานปลากระป๋อง . (โบ๊ท : แล้วทำไมคนไทยไม่ไปทำล่ะอาจารย์) เราทำมั้ยล่ะ เราทำมั้ย เราถามตัวเอง (โบ๊ท : แรงงานที่อาจารย์พูดถึงถูก กม.หรือไม่ถูก กม.) ถูก (โบ๊ท : แต่ค่าแรงก็ยังจะถูกกว่าคนไทยอยู่ดี) ใช่ แล้วก็ทำ คุณทำมั้ยล่ะ ควักไส้ปลา คุณทำมั้ยล่ะล้างปลา คุณทำมั้ยล่ะขอดเกล็ดปลา คุณทำมั้ยล่ะงานสกปรกๆ แบบงานก่อสร้างน่ะ สมัยก่อนนะ เรายังเคยเห็นกระแสของแรงงานภาคอีสานมาเป็นแรงงานก่อสร้างในประเทศไทย ใช่มั้ย แต่นั่นมัน 40-50 ปีที่แล้วในยุคที่อีสานยากจนไง แต่ตอนเนียะ ดูขอนแก่นดิ ร้านกาแฟ specialty เยอะมาก คือโอเคว่าไม่ได้เป็นภาพแทนว่าขอนแก่นรวยขึ้นหรืออะไร แต่เราต้องยอมรับว่าสังคมไทย คนไทยแม้แต่ภาคอีสานเองลำบากน้อยลง แต่ว่าคนจากฝั่งพม่าเวลามันเกิดสงครามกลางเมืองเขาไม่รู้จะไปที่ไหน แม้แต่ชนชั้นกลาง final destination เป็น no.1 destination สำหรับเขาก็คือ กทม. มันใกล้ และเป็นเมืองที่เขารู้สึกว่า at home สำหรับเขา . เพื่อนเราเล่าให้ฟังว่า เดี๋ยวนี้เขามี joke ในหมู่คนย่างกุ้ง เอ้า คุณเป็นคุณย่างกุ้งหรอ อยู่ กทม.ดิ...มันหมายความว่าคนย่างกุ้งจำนวนมากอ่ะมาหาซื้อคอนโดที่นี่ มาส่งลูกเรียนอินเตอร์ที่นี่ มาส่งลูกเรียนมหา'ลัยที่นี่ อย่างทุกวันเราเจอคนที่หลากหลาย เราก็ได้ข้อมูลที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น ปจบ.คนที่มีคอนเนคชันเยอะๆ เขาก็ส่งลูกมาเรียน ป.โท ป.เอก ที่มหา'ลัยชั้นนำในประเทศไทยทั้งนั้นนะ คือประเทศเราอ่ะ เราต้องยอมรับอย่างนึงนะว่า เรารับคนพม่าเข้ามาอยู่อาศัยเนี่ย ทั้งในระดับแรงงาน ทั้งในระดับชนชั้นกลาง ทั้งในระดับชนชั้นสูง มหาศาล . ฝ่ายพวกอสังหาฯ ในปัจจุบันเขาแฮปปี้กับปริมาณคนจากพม่าที่มาซื้อคอนโด แล้วเขาไม่ได้ซื้อห้องแบบ 25ตร.ม.เหมือนเรานะ เขาซื้อระดับห้อง 2bedrooms มันมีสถิติจาก บ.อสังหาฯ ออกมาเลยนะ ว่าคนอินเดียคนพม่าจะซื้อแบบเฉลี่ย ตร.ม.สูงกว่าคนไทย แล้วปกติ 2bedrooms ขายยาก ราคามันสูง คนพม่าซื้อหมด..." . "...เราไม่ได้พูดอะไรที่กระทบความมั่นคงของไทยนะ เราอยู่กับหน่วยงานความมั่นคงเยอะมากๆ เลยนะ เชื่อมั้ยหน่วยงานความมั่นคงเองเขาเห็นด้วยกับสิ่งที่เราคิด เพราะเขาก็รู้สึกว่ามันคือ gray zone, black zone, dark zone ที่อยู่ใต้พรมมานานน่ะ เขาก็อยากจะแก้ไขปัญหา มันแก้ยากมาก (เพราะมันไปชนตอ) ใช่ คนที่แก้ได้คนเดียวคือนายกฯ นะ เพราะมีนายกฯ มีสิทธิที่จะสั่งการ 1 2 3 4 คุณต้องทำนี้ๆ เราบอกเลยว่าทำได้ แต่ รบ.เห็นความสำคัญรึเปล่า..." . "...ต้อง registered แรงงานให้หมด ต้องระดมสรรพกำลัง (นี่คือการแก้ปัญหาสำหรับคนไทยด้วย?) ใช่ คุณจะจำกัดโซน คุณจะจำกัดโควต้า คุณจะให้อาชีพสงวนหรืออะไร คุณพูดมาให้ชัดๆ แล้วคุณก็ต้องทำตามนั้นไม่มีเงื่อนไขนะ แล้วมาฟงมาเฟียในพม่าที่เป็นเจ้าของแผงหรืออะไรน่ะ คุณปราบปรามจริงรึเปล่า? การค้าข้ามแดนอย่างเงียะที่มันเป็นของผิด กม. เป็น black market คุณปราบปรามจริงมั้ย? หรือคุณจะป้องกันไม่ให้เกิดทุจริตคอรัปชั่น ป้องกันไม่ให้มียี่ปั้วซาปั้วนายหน้าอะไรต่างๆ เนี่ย เป็นไปได้มั้ยล่ะ คุณลงทะเบียนแรงงานพม่าเนี่ยคุณผนึกกำลังกันเลย มท. พม. กระทรวงที่เกี่ยวข้องความมั่นคง มีคนที่ facilitated คือคนในพื้นที่ทั้งปลัดอำเภอ ทั้งอะไรที่อยู่ตามแนวชายแดน ผู้ว่าฯ กองกำลังในพื้นที่ ร่วมมือเลย ลงทะเบียนให้หมด แล้วต้องทำให้ฟรีด้วย คุณเอางบมาสิ แล้วลงทะเบียนให้หมด คุณจะยังไงก็ได้ แต่ว่าคุณต้องลงทะเบียน . แต่! ถึงแม้คุณจะบอกว่าลงทะเบียนปุ๊บนะ คือคนพม่าที่เข้ามาประเทศไทยไม่ใช่เฉพาะแรงงาน เข้าใจมั้ย มันมีแบบพวกขบวนการฝ่ายต่อต้าน รบ.รปห.พวกเนียะ ซึ่งเขาก็ไม่ได้มีงานทำหรือไม่ได้มีอะไรแบบนี้ (ซึ่งถ้าเขาลงทะเบียน เขากลัวถูกส่งกลับประเทศ?) ใช่ (ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยด้วย?) เยอะมาก มันมี 2-3 กลุ่มนะ กลุ่มซีดีเอมเมอร์ ก็คือคนที่เข้าร่วมขบวนการอหิงสา เป็น ขรก. เป็นคนแบบเก่งๆ เลยนะ เป็นหมอ พยาบาล ครู วิศวะ นายแบงก์ อะไรอย่างเงียะ ที่ทำงานให้ รบ.มาก่อน พอเกิน รปห.เขาก็ประท้วงด้วยการไม่ไปทำงาน แล้วแน่นอน รบ.ไล่เขาออก แล้วก็มีมาตรการลงโทษ คนพวกนี้เขาก็อพยพออกนอกประเทศ มีมันจำนวนมากแล้วแหละที่อพยพไปประเทศที่ 3 อเมริกา ออสฯ อะไรเงียะ แต่มันก็มีจำนวนมากที่อยู่ในประเทศไทย คุณเชื่อมั้ยว่าคนจำนวนเนียะ ไม่สามารถทำงานในประเทศไทยได้ เป็นครู เป็นหมอ จบนอก แบบเนียะ เป็น ขรก.มีความสามารถ แต่คนเหล่านี้ไม่สามารถแม้แต่จะทำงานให้กับคนพม่าที่อยู่ในไทยได้แบบถูก กม. เพราะเราไม่มี กม.รองรับอะไรคนเหล่านี้ไง . ถ้าวันหนึ่ง รบ.ไทยมีความกล้าหาญว่า โอเค เราจะ registered คนพวกนี้นะ รบ.พม่าก็ประท้วงละ หมายความว่าคุณยอมรับคนเหล่านี้ถูกต้องตาม กม.ประเทศคุณหรอ ...ถ้าเราพูดในมุมมองเรานะ เราก็จะบอกพม่าไปว่า ก็เออดิ ก็ทำไม ก็เขามาอยู่ประเทศเรา เราจะจัดระบบ เราอยากจะรู้ว่า who is who อ่ะ แต่ที่ผ่านมา รบ.ไม่เคยมีความอยากจะแก้ปัญหาพวกนี้ . ถ้าคุณ registered ได้นะคุณอะลุ่มอะล่วยได้ว่าคนพม่าเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องมาทำงานให้คนไทย ถ้ากลัวว่าหมอพม่าไม่เก่งหรืออะไร ไม่เป็นไร เอาแค่ไปรักษาคนพม่าด้วยกันเองเนี่ย (มันก็แบ่งเบาได้แล้ว) จำกัดโซนหรืออะไร เอา ngo จาก ตปท. เอาเงินมาลงสิ หรืออะไร ไม่ต้องมายุ่งกับเงิน รบ.ภาษีอะไรกับเราเลย (ซึ่งมีองค์กรจากต่างชาติพร้อมเขามาช่วยเหลือเราอยู่แล้ว?) มี! แล้วเขาก็มีองค์กรสาธารณกุศลของตัวเองที่ทำงานเพื่อที่จะ empowered คนพม่าด้วยกันน่ะ คือคนพลัดถิ่นน่ะ คนที่หนีจากบ้านมา บางทีเมียก็ไปอยู่อเมริกาแล้ว พ่อแม่ลูกไปอยู่ออสฯแล้ว ตัวเองยังอยู่ประเทศไทยเงียะ ด้วยภาระผูกพันของตัวเองอย่างเงียะ (เขาก็อยากจะช่วยคนของเขา) เขามีความรู้สึกว่าเขาอยากจะทำอะไรให้ประเทศไทยนะ แต่ กม.เรามันไม่อะลุ้มอะล่วยให้เกิดจุดนั้น.." . "...เราไม่ได้หมายความว่าจะเอาคนพม่ามาทำงานให้คนไทยหรือมาแย่งงานคนไทย เข้าใจมั้ย แต่มันมีคนที่อยู่นอกระบบเนี่ย ซีดีเอมเมอร์ส่วนหนึ่ง คนทางการเมืองแท้ๆ ที่เป็นคนของ รบ.คู่ขนานเองที่อยู่ในประเทศเราในระดับเป็นร้อยคน เรากล้าการันตีเลย แต่เขาไม่ได้มีบทบาทอะไร เขาอยู่แบบถือวีซ่าบางคนก็วีซ่าท่องเที่ยว บางคนก็เพอร์มาเนนท์วีซ่า บางคนก็มาลงเรียนภาษา อะไรแบบเนียะ คือมีหลายวิธีที่ struggle แล้วก็มาอยู่ในเมืองไทยน่ะ รร.สอนภาษาในเชียงใหม่ตอนนี้เปิดกันมากเลย เพราะคนพม่ามาเรียน เพื่อขอวีซ่า..." . ผายมือเรียกไอโอมาฟัง "พรรคพม่า 101" กับ ลลิตา หาญวงษ์ Lalita Hanwong #สภาภาษาคน #EP43 21ก.ย.67 :

R_artisty

200,806 просмотров • 1 год назад

🚨 เปิดแฟ้มคดีพิเศษ หยิ่น–วอร์ ตอบทุกคำถามก่อนก้าวสู่ปีที่ 8 นข- สวัสดีค่ะ ยว- สวัสดีครับ นข- แนะนําตัวเองหน่อย เล่นเป็นใครในเรื่องนี้ ย- ได้ครับ ก็ชีวิตจริง ชีวิตจริง ว- ชีวิตจริงชื่อหยิ่น ชีวิตปลอมชื่อดํา ย- ไม่ๆ สวัสดีครับ หยิ่นนะครับ ในบทก็เล่นเป็น สารวัตรเธียร์ ครับ ว- สวัสดีครับ ผม วอร์ วนรัตน์ ครับ รับบทเป็น ดาบมังกร ครับ นข- ในเรื่องสารวัตรเธียร์เป็น “สารวัตรพันเล่ห์” ส่วนมังกรเป็นคนปากแจ๋ว ถ้าต้องอยู่เวรด้วยกันจริงๆ คิดว่าใครจะสร้างเรื่องปวดหัวในโรงพักมากกว่ากัน ย- ผมว่าสารวัตรเธียร์ ไม่ได้สร้างให้โรงพักนะ สร้างให้ดาบมังกร ใช่ๆ นข- ทําไมต้องไปสร้างเรื่องปวดหัวให้เขาอะคะ ย- ไม่ คือตัวตามคาแรกเตอร์ขี้แกล้ง หมายถึงว่ายิ่งตามน้ำ ยิ่งแกล้ง ยิ่งรู้สึกว่าสนุก ก็เลยแกล้งไปเรื่อยๆ ซึ่งพอแกล้งทําให้ ดาบมังกรก็เลยปวดหัว ถูกต้อง นข- ถ้าเธียร์กับมังกรสลับตําแหน่งกันหนึ่งวัน คิดว่าใครจะทํางานพัง ว- ผมว่ามีความเก่งคนละแบบ คือเขาเก่งแหละ แต่ว่าเขาขี้แกล้งเฉยๆ แต่ว่าตามหน้าที่อะ เขามีประสบการณ์มากกว่า แล้วเขาทํางานได้ดีในในฐานะผู้บังคับบัญชา แต่ดาบมังกรนี่ยังติดใจดี ติดอะไรอย่างงี้ ย- ใช่ แล้วสลับตําแหน่ง ถ้าเอาตามสาระผมว่าดาบทำพังนะ ว- ดาบ เพราะว่าใจดีเกิน ย- ยังประสบการณ์ไม่เพียงพอ นข- ในสายตาหยิ่นคิดว่ามังกรมีนิสัยข้อไหนที่จะทําให้เธียร์หยุดความเจ้าชู้ ย- หยุดเจ้าชู้เลยหรอ นิสัยข้อไหนในสายตาหยิ่นด้วยอะนะ แบบไม่ใช่เธียร์นะ นข- ในสายตาหยิ่นนะ ย- ผมว่าคือความอยู่ข้างๆ เรานะ ความอยู่ข้างๆ เธียร์ ใช่แบบ whatever ก็คือแบบอยู่ข้างๆ ในความยากลําบากจริงๆ อะไรอย่างเงี้ย ผมว่าคนแบบเนี้ยหายาก นข- แล้วในสายตาวอร์ล่ะ คิดว่าเธียร์มีคุณสมบัติอะไรที่จะทําให้มังกรยอมเซ็นสัญญาแต่งงาน ว- รวยครับ ย- จบ เป็นไงล่ะ ว- รวย ย- จบ ว- แค่นั้นเลย ย- ชัดเจน ว- เพราะว่าตามชีวิตของดาบมังกรแล้วเนี่ย เขาอยากมีเงิน มีบ้าน ได้ย้ายไปอยู่พะเยา ได้ดูแลแม่อะไรอย่างเงี้ยครับ ก็เงินปุ๊บมา เซ็นเลย นข- ถ้าต้องเลือกอยู่ด้วยกันหนึ่งสัปดาห์คิดว่าอยู่กับใครจะอยู่ยากกว่ากันระหว่างเธียร์กับมังกร ย- หมายถึงหยิ่นวอร์เลือกจะอยู่กับใครเหรอ นข- ใช่ ว- ผมอยู่กับมังกรนะ ย- ผมก็อยู่กับมังกรนะ ว- ไอ้เธียร์นี่ต้องไปไกลๆ นข- อยู่กับมังกรใช่มั้ย ไม่ได้อยู่กับวอร์ ย- อ้าว ถ้าต้องเลือก 2 คนตรงนั้นไง แต่ถ้าเกิดไม่มี ถ้าเกิดวอร์ไปอยู่ก็อยู่กับวอร์ก็ได้ มันต่างคนต่างอยู่จริงอะ นข- ทําไมอะ แล้วชีวิตจริงก็คือต่างคนต่างอยู่เหรอ ชีวิตจริงหยิ่นวอร์อะ ว- โห่ เรา ย- ก็จะเรียกว่างั้นก็ได้ คือเราอยู่ในจุดที่อยู่ในห้องไม่คุยกันแล้วอะ แบบหมดเรื่องคุย เว้นแต่อยู่ๆ เปิดอะไรเจอก็คุยกันแป๊บนึง ว- เปิดท็อปปิกมาก็คุย ย- คุยกันได้ไม่ถึง 10 นาที เล่นมือถือแล้ว อย่างงั้น นข- ทําไมชีวิตประจําวันไม่มีอะไรอัปเดตกันเลยเหรอ หรือว่าเราเจอกันทุกวัน ยว- เราเจอกันทุกวัน ว- จริงๆ ย- ไม่ทันได้ไปหาไรมาอัปเดตเลย เนี่ยหมดวันเนี้ย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เจอกันอีกละ อะไรอย่างเงี้ย มีแค่เล่นกับหมาที่อัปเดตอะ หมาผมมีจุดเพิ่มขึ้นอะ ว- อ้ะ ก็จบ นข- อ้าว แล้วเราไม่อัปเดตแซมเมอร์บ้างหรอ ว- เราไม่ได้อัปเดตเรื่องนั้นแล้วอะ เวลาคุยมันคุยแบบปกติเลย อยากถามอะไรที่มันแหวกแนวกว่านั้นก็ยังได้ ย- รายวันอะจะเป็นประเด็นรายวัน เช่น อย่างเมื่อเช้าก็คริปโตตกงี้ ก็หันมาคุยกันละ ว- ก็คุย ย- ช้อนยัง ว- ช้อนปุ๊บๆๆ ย- ได้ราคานี้ แค่นี้แหละ หมดแล้ว นข- ใครชวนใครเข้าวงการคริปโต ใครเล่นก่อน ย- พี่วอร์เล่นก่อน ว- ผมเล่นก่อน ย- พี่วอร์เล่นก่อน แล้วก็ผมเข้าไปแล้ว โห ว- แต่นี่ซิ่งกว่า ย- ใจถึง ว- ใจมันถึงกว่า แต่ว่าผมเล่นเป็นแบบถือระยะยาวไปอย่างงี้ ไอ้นี่เริ่มมีพลิกแพลง เริ่มเป็นเกม defi ย- เออ เริ่มหาลู่ทางแล้วก็ลองผิดลองถูก ผิดเป็นครูไง ว- ฟิวเจอร์ส ย- ครูเยอะเหลือเกินตามอยู่ทุกวัน ปวดกบาล นข- ถ้าให้ต้องเลือกนิสัยตัวละครมาใช้ในชีวิตจริงของตัวเอง อยากเอาอะไรมาใช้ในชีวิตจริง นิสัยของตัวละครนะ ย- นิสัยหรอ ผมว่าเอาความลื่นไหลมา ความลื่นไหลนี่มันเหมือนมาจากประสบการณ์ส่วนตัวอย่างเงี้ย เอาตัวรอดในสถานการณ์นั้นๆ ได้ดี คือถึงขั้นทําให้คนอื่นเชื่อว่าเราเป็นพวกเดียวกันจริงๆ หรืออะไรอย่างเงี้ย มีความสามารถตรงนี้อยู่ น่าจะเป็นสกิลที่ดีครับ ถ้าเกิดเรามาพูดติดๆ ขัดๆ งี้ตาย คนร้ายบึ้ม ว- ผมน่าจะเป็นความเห็นอกเห็นใจดีกว่า ความใจดี ความอ่อนโยน ผมว่าสังคมเราต้องการคนแบบนี้ครับ คนที่แบบว่าใจดีต่อกันอะไรอย่างเงี้ยครับ นข- ไม่ แต่พี่วอร์จริงๆ แล้วเป็นคนใจดีปะ ชีวิตจริงของพี่วอร์ ถามหยิ่น ย- อุ๊ย เดินไปเตะแมวเลยพี่วอร์ ว- เตะแมวหัวขาดไป 3 ตัว ห๊ะ ย- ไม่ใช่ๆ ล้อเล่นๆๆ ว- มันอาจจะมองเห็นข้อดีของคนอื่นได้อีกอะไรอย่างเงี้ยครับ แบบว่ามองเห็นแต่อะไรดีๆ นข- อยู่ด้วยกันมา 7 ปี มีเรื่องไหนที่อีกฝ่ายคิดว่า เออ คนนี้แหละ ไม่เปลี่ยนละ ว- ไม่เปลี่ยนอะไรครับ นข- ไม่เปลี่ยนคู่ วงการบันเทิงบางทีมันแบบ ในอนาคตเราไม่รู้เนาะว่าจะเกิดอะไรขึ้น ว- คนนี้แหละ ไม่เปลี่ยนคู่ละ ก็ 7 ปีแล้ว แก่แล้ว ไม่เปลี่ยนอะไรแล้ว เอากันตรงๆ ก็แก่แหละ แล้วก็คือไม่ พอละ ย- สู้พลังเด็กไม่ไหวละ ผมว่าถ้าไปเจอมวลที่มันต่าง เจอมวล Gen Z ไม่ไหวแล้ว หมดแรงแล้ว พี่แก่ละลูกเอ้ย นข- แล้วเราเคยบอกอะไรกันไหม หมายถึงว่าเราอยู่กันมานาน มันมีแบบหยิ่นเคยบอกวอร์มั้ยว่าลองเปลี่ยนไอ้นี่ไหม หรือวอร์เคยบอกหยิ่นมั้ยว่าแบบเธอลองปรับอันนี้ดูอะไรอย่างเงี้ย เคยมีคุยกันมั้ย ย- ไม่นะ นข- ในความสัมพันธ์ 7 ปี ย- ไม่เคย คืองี้ผมรู้สึกว่าในพื้นฐานการใช้ชีวิตอะ มันไม่มีอะไรที่ดูจะน่าเป็นห่วงจนต้องเตือนกันแล้วในขณะนั้น ซึ่งถามว่าอะไรที่มันน่าห่วง ก็ไอ้นิสัยนั้นมันไม่ได้สร้างความเดือดร้อนอะไรกับชีวิต อย่างเช่นผมก็มีพูดกับเขาไปบ้าง แบบเออ คือเขาเป็นคนที่คิดแต่กว่าจะทำอะช้า แบบว่าโอเค ฟีลมันยังไม่มา ก็ยังไม่ทำอะไรอย่างเงี้ย ก็มีพูดๆ ไปบ้างว่า เออ ถ้าเกิดทะมัดทะแมงขึ้น ทำบางอย่างมันอาจจะไปได้ไว แต่ถามว่าเขาต้องการความไวมั้ยในไลฟ์สไตล์เขา ก็ไม่ได้ต้องการเพราะฉะนั้นการตามทางชีวิตมันก็ต่าง แต่ว่าอันนี้ก็เป็นข้อแนะนําที่เห็น ซึ่งทุกวันนี้ก็ดูแอคทีฟขึ้นกว่าเมื่อก่อน ว- ผมว่าถ้าเกิดมีบอกให้ทําอย่างนู้นอย่างนี้ ไม่มี โดยส่วนตัวนิสัยผม ผมไม่ได้บอกอะไรแบบนั้นอยู่แล้วถ้าเกิดมันไม่ได้รุนแรง หรือว่าเป็นภาระต่อใคร หรือว่าอะไรอย่างเงี้ย มันมันสไตล์ใครสไตล์มันนะครับ เป็นคุณมันดีอยู่แล้ว เป็นใครมันก็ดีอยู่แล้ว นอกจากจะต้องมีปัญหาอะไรที่ส่งผลกับคนอื่นหรือต่อตัวเรา เราถึงจะพูดออกไปอะไรอย่างเงี้ย นข- แล้วการทํางานที่ผ่านมาก็โอเค ไม่มี ว- ไม่มีครับ ไม่มีเลยแหละ นข- ไม่มีเลย ย- จริง ว- ใช่ ถูก ไม่มีเลย นข- รักกันดี ย- คนชอบพูดนะว่าแบบ ว่าส่วนมากเขาทะเลาะกันหมดแล้วนะ แบบแซวๆ ทะเลาะไรกันว้า ไม่มี เนี่ย แบบตามงานก็เป็นเพื่อนกันอยู่ 2 คนอะ หมายถึงว่าสนิทกันที่สุดอยู่ 2 คน ไปเจอคนอื่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่สนิทคนอื่นนะ แต่ว่าเราอยู่ด้วยกันมานาน มันรู้ใจกันอยู่ 2 คน ก็หันมาเล่นกันอยู่เท่านี้แหละ แบบใน level ที่เราเล่นกันได้อะไรอย่างเงี้ย คนอื่นก็เล่นเหมือนกันแต่ ณ บางอย่างที่ ณ เหตุการณ์นั้นๆ มันหันมา เออ เข้าใจแล้ว เข้าใจเหมือนกันละ อะไรอย่างนี้ นข- แล้วในระหว่าง 7 ปีที่ผ่านมา เราสมมุติว่ามันเกิดเหตุ การณ์ที่หยิ่นอาจจะท้อกับอะไรสักอย่าง หรือมีปัญหาอะไรอย่างเงี้ย หมายถึงว่ากันและกัน มีปัญหา เราสามารถ สังเกตเห็นไหมว่าเพื่อนกําลังไม่สบายใจ ย- ไม่งงๆ เข้าใจนะ แต่ว่าไม่เคยถามอยู่ดี แม้ว่าจะรู้สึกไม่สบายใจหรือไม่เคยถามนะว่าโอเค เห็นแล้วว่าวันนี้หมดแรงแล้วก็จะเป็นหน้าที่เราที่สมมุติว่าต้องเผชิญกับงาน เราก็จะ lead หรืออะไรเงี้ย ซึ่งไม่เคยถามเลยว่าทุกข์ใจเรื่องอะไรหรืออะไรอย่างเงี้ย เออ มันเป็นการแก้ปัญหาจุดที่อัตโนมัติ เช่น มีงานก่อนเขาสติหลุดไปแล้ว ค้างอะ เหมือนคุยกันอยู่อย่างงี้แล้วค้าง เหมือนไม่โหลดอะ ผมก็เห้ยๆ กลับมาๆ ให้กลับมาๆ ฟีลๆ นั้น ว- ผมก็รู้สึกว่าถ้าเกิดมีอะไรอย่างเงี้ย ผมว่าผมจะให้เกียรติของในส่วนตัวเขาอะ ให้จัดการเองให้ได้ ถ้าเกิดเขาไม่ถามอะ แสดงว่าเขาไม่ได้อยากจะให้ช่วยอะไร มันคือทุกคนมีความเก่งกาจในทาง ผมเชื่อว่าเขาก็มีความเก่งกาจในการจัดการกับปัญหาอะไรก็แล้วแต่ที่มันเกิดขึ้นผมก็มี ซึ่งถ้าเกิดไม่ได้พูดอะ ก็แสดงว่าเขาจัดการตัวเองได้ แต่ถ้าเกิดเราเข้าไปมันก็ เขาจะอยากหรือเปล่าอะไรอย่างเงี้ย ไม่ว่าจะเป็นใครอะ หลายๆ คนผมก็ อือ นข- ถ้าให้ขายคู่ของตัวเอง คนละ 10 วิ อยากขายอะไรอยากพูดอะไรเกี่ยวกับคู่ของตัวเอง ขำอะไรอะ ย- 10 วิมันสั้นไง หมายถึงว่าเรารวบรวมวีรกรรมยาก ขายอะไรเหรอ ขายว่าไงนะ ขายข้อดีหรอ หรือว่าอยากพูดอะไรก็พูดใช่ไหม 10 วิ นข- อยากพูดอะไรเกี่ยวกับเขาที่อยากให้คนที่ไม่รู้จัก รู้จัก ย- ถ้าคิดออก ไปก่อนเลย ถ้าคิดออก ว- พูดที่คนเพิ่งเจอใช่ไหมครับ หลายคนจะมองเขาว่าแบบบึ้งตึง เคร่งขรึม แล้วดูเหวี่ยง ดูเงียบ ดูเหวี่ยง แต่จริงๆ ไม่ใช่ จริงๆ อะหยิ่งกว่านั้นคือ ย- ถูกต้อง ว- ตั้งแต่ดังมาเนี่ย ใครเรียกก็ไม่หัน ย- คือหูใช้งานได้แค่ข้างนี้นะ ว- ถ้าเรียกข้างนี้ก็ไม่หันนะ ต้องเดินมาทางนี้ กินนี่หมูดิบ ย- แย่แล้วๆ ว- ไม่ใช่ ก็จะเป็นคนอย่างนี้แหละ ตามน้ํา เป็นอะไรอย่างเงี้ย แต่ว่าน่ารักครับ คือเข้ามาสนิทด้วยเนี่ย ก็คือไม่ได้เป็นคนแบบนั้นเลยครับ อือ ก็เลยสนุก ตั้งใจทํางาน มีวินัย เออ มีอะไรแบบ คนมีของอะ ย- พอเป็นพี่วอร์นะ ถ้าเป็นคนไม่รู้จักแล้วอยากสนิท อย่าเข้าหาครับ เพราะว่าคนผู้นี้ยิ่งอยากสนิทด้วย เขายิ่งถอยออกนะครับ คุณต้องมีเรื่องราวที่ทําการบ้านมาประมาณนึงว่าชื่นชอบอะไร อย่างเช่น มาถึงไม่เคยรู้จักเลยนะ อยากสนิท ถ้าใจต้องการมาสนิทแล้วมา พี่ครับ อยากสนิท ลาก่อนเลย คุณต้องมาอยู่ๆ มา พี่ ผมว่าผมชอบเรื่องดวงดาวอะ เฮ้ย พี่ชอบดวงดาวเหมือนกันไหมครับ เห้ยๆ ใช่ๆๆ แบบเออ ตอนนี้… คุณได้หัวข้อหนึ่งปุ๊บ คุณต้องไหล ต่อให้ได้ คุยต่อปุ๊บ ถูกปุ๊บ ได้เลย เดี๋ยวก็จะตรงเอง แล้วเดี๋ยวมันจะคุยกับคุณเองโดยธรรมชาติ ครับ จริงมั้ย ถูกมั้ย อยู่ๆ มาผมชอบพี่มากเลยครับ ลาก่อนเลย วิ่งหนีไปไหนไม่รู้ นข- เรียกว่าต้องค่อยๆ ย- ต้องมาเรื่องลึกๆ ที่ชาวบ้านไม่คุยไง ได้เลย ว- ครับผม นข- เช่นเรื่อง ว- ไม่ คือเราเป็นคนที่รู้สึกว่าคุยกับคนในเรื่องกลางๆ ไม่เป็น แล้วเราจะคิดตลอดว่า อันนี้คือแบบ มันไม่น่าคุย มันไม่มีเรื่อง ย- สมมุติผมไม่รู้จักเลยนะ พี่ว่าโลกเรากลมหรือโลกแบนพี่ นข- อันเนี้ย ซึ่งคนปกติเขาไม่คุย ย- มาแค่เนี้ย แล้วเดี๋ยวให้เขาร่ายยาวได้ประมาณ 3 นาที แล้วไม่หยุดนะ คุณติดละ ไปเรื่องอื่นต่อได้เลยที่แปลกๆ ว- ประมาณนั้น ย- ได้เลยละ นข- สนิทกันขนาดนี้ มีวีรกรรมของอีกคนนึงที่เราจําไม่ลืมปะ ยว- หูย นข- ตลกก็ได้ ซึ้งก็ได้ หรืออะไรอย่างเงี้ย ย- มันมีอยู่แล้วแหละ แต่ว่าคําถามมานึกไม่ออก ว- ทั่วไปอะ มันใช้ชีวิตจนแบบ นข- ด้วยกัน ว- ไม่ได้เจาะจงอะไรแล้วครับ ย- ยากแฮะ ว- อือ ยาก ย- วีรกรรมจําไม่ลืม นข- เออ จําไม่ลืม ซึ้งๆ ก็ได้ เขาเคยทําอะไรให้เราแล้วเราแบบ อุ๊ย ดีจังเลย ไม่เคยมีใครทําให้อะไรอย่างเงี้ย หรือจะตลกไง ย- ผมว่าคือความอยู่ข้างๆ กันเสมอนะ ในช่วงเวลาที่น่ากดดัน แล้วแม้ว่าจะประหม่าด้วยกัน แต่ว่าโอเคอะ เราประหม่าด้วยกันเว้ย เพื่อนกัน แบบด้วยกัน มีกันแค่นี้อะไรอย่างเงี้ย ยกตัวอย่างเช่น ก่อนขึ้นคอนเสิร์ตอะไรใดๆ ประหม่าทั้งคู่แหละ ดูสายตาก็รู้ ก่อนที่จะโผล่ขึ้นไปอะ เครียดจะระเบิด จะอะไรอย่างเงี้ย แต่หันมาปุ๊บอะ ใครคนใดคนหนึ่งหนักกว่า อีกคนนึงอะจะแตะตัว เช่น ตบไหล่อะไรเงี้ย มันแบบบีบมือกันไป ไป สู้ ไป เอออันเนี้ย ทุกครั้งที่มีคําถามอันนี้มันจะผุดขึ้นมาเป็นไอเดียแรกๆ เลย รู้สึกว่า เออ ใช่ว่ะ ว- ประมาณนั้นครับ นข- ห้ามลอกคำตอบ ว- ประมาณ คือมันเป็นความรู้สึกร่วมกันอะ แสดงว่าเราก็มีโอกาสที่มันจะเหมือนกัน คล้ายๆ กัน แล้วนอกนั้นมันก็เป็นเรื่องจิปาถะที่ตลกช่วงนั้น แล้วมันก็ลืมมันไปอะไรเงี้ย เพราะว่ามันมีหลายเรื่องมากๆ นข- ถ้าต้องนิยามความสัมพันธ์ของเราแบบกันและกันอะไรอย่างเงี้ย จะตั้งชื่อว่าอะไร ความสัมพันธ์ของหยิ่นวอร์ที่มาแบบ 7 ปีละ เข้าสู่ปีที่ 8 ละ ว- เข้าสู่ปีที่ 8 ฟอสซิล ฟอสซิล ย- ของผมคือสมดุลนะ สมดุล ว- ฟอสซิลครับ มันเปลี่ยนเป็นหินละ มันยาวนาน แล้วมันจะอยู่แบบนั้นแหละ กลายเป็นฟอสซิลอะ มันไม่ย่อยสลาย ย- อยู่ในชั้นหิน ว- อยู่ในชั้นหิน ย- ครับ นข- โอเค ให้ฝากไม่ซีรีส์เรื่องนี้หน่อย ว- ฝากด้วยครับ Jack&Joker ย- เฮ้ย จบไปแล้ว อันนั้นฝากกันไปแล้ว ฝากที่รักสารวัตรเธียร์ด้วยครับผม เป็นผลงานของคู่ฟอสซิลนะฮะ ว- คู่ฟอสซิล ย- ที่ทํากันมา ซึ่งเรื่องนี้ก็ โอเค เราตัดดีกรีความเครียด ความอะไรไปประมาณนึง แต่ว่ายังเหลือรสชาติให้ได้สมองบ้าง เดี๋ยวมันจะตัดเลี่ยนไปหน่อย ว- ใครที่เป็นคอละคร เรียกได้ว่ายุคก่อน น้ําเน่านิดนึง นี่ของโปรดเลยนะ ต้องมาตามง้อ ย- พ่อแง่แม่งอน ว- พ่อแง่แม่งอนอะไรอย่างเงี้ย ชอบแน่นอนครับ ย- ก็จะเป็นรูปแบบของทางนั้น Gen Z ผ่านมาอาจจะแว้บดูก็ได้ ว- อาจจะ six-seven ย- มันมีความคลาสสิกสมัยก่อนอะ จะไม่เร็วเท่าความสัมพันธ์สมัยนี้ แต่ว่าโอเค เราลองดูซิว่ายุคพ่อแม่เราดูละครยังไง เราก็จะเป็นประมาณนั้นนะครับ ว- ครับผม ย- ฝากกันด้วยครับที่รักสารวัตรเธียร์ครับ นข- โอเค ขอบคุณค่ะ ยว- ครับ ขอบคุณครับ #ที่รักสารวัตรเธียร์ #หยิ่นวอร์ #yinyin_anw #warwanarat

Theory of YinWar

14,714 просмотров • 7 дней назад