Загрузка видео...

Не удалось загрузить видео

На главную

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายเหมือนมี “การอักเสบเล็ก ๆ” อยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ติดเชื้อหรือบาดเจ็บอะไรชัดเจน ภาวะนี้ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Chronic Inflammation หรือที่นักวิจัยด้านอายุรวัฒน์เรียกว่า Inflammaging ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเหมือน “เครื่องยนต์ที่ติดอยู่ตลอดเวลา” แม้จะไม่ได้มีศัตรูให้ต่อสู้จริง ๆ การอักเสบระดับต่ำนี้ค่อย ๆ สะสมและทำลายเนื้อเยื่อในหลายระบบของร่างกาย งานวิจัยพบว่า chronic inflammation มีบทบาทสำคัญในโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของอายุ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน สมองเสื่อม มะเร็ง และโรคข้อเสื่อม ปัจจัยที่กระตุ้นการอักเสบเรื้อรังมีหลายอย่าง เช่น อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันทรานส์สูง ไขมันสะสมในช่องท้อง ความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับไม่เพียงพอ การติดเชื้อหรือสารพิษสะสมในสิ่งแวดล้อม การดูแลเรื่อง chronic inflammation จึงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาโรค แต่เพื่อยืด healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี แนวทางลดการอักเสบที่มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่ การกินอาหารแบบ...

102,559 просмотров • 6 месяцев назад •via X (Twitter)

Комментарии: 4

Фото профиля Pimpimon Tanapolaub
Pimpimon Tanapolaub6 месяцев назад

ขอขอบพระคุณ คุณหมออั๋น อย่างมากค่ะ

Фото профиля Richard Chen
Richard Chen6 месяцев назад

เห็นด้วย

Фото профиля TonKla69
TonKla696 месяцев назад

😍😍😍

Фото профиля Pumkin539 🎃 🤍🛡️48🌸💚🦋🍫🐸🧈🍹🐈‍⬛💌🪱☁️
Pumkin539 🎃 🤍🛡️48🌸💚🦋🍫🐸🧈🍹🐈‍⬛💌🪱☁️6 месяцев назад

.

Похожие видео

เคยนั่งนิ่งๆ แล้วลองถามตัวเองว่ารู้สึกยังไงอยู่ หรือเปล่า “คำถามที่ทรงพลังมาก” เพราะมันเหมือนกดปุ่ม หยุดอัตโนมัติ ของสมอง แล้วพาเรากลับมาอยู่กับตัวเองจริง ๆ ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เวลาที่เราไม่ถามตัวเอง เรามัก “ถูกอารมณ์ขับ” แบบไม่รู้ตัว เช่น หงุดหงิดเพราะเหนื่อย เครียดเพราะกังวล แต่ดันไปเผลอระบายใส่คนใกล้ตัว ลองทำแบบนี้ 15 วินาทีตอนนี้ได้เลย: 1.หยุด 1 ลมหายใจ (หายใจเข้า-ออกช้า ๆ) 2.ถามตัวเองสั้น ๆ: “ตอนนี้ฉันรู้สึกอะไร?” 3.ตั้งชื่อความรู้สึกให้ชัด 1 คำ เช่น เหนื่อย กังวล โกรธ เศร้า ว่างเปล่า สับสน 4.ถามต่ออีกคำถามเดียว: “ความรู้สึกนี้…ต้องการอะไร?” •เหนื่อย → ต้องการพัก •กังวล → ต้องการความชัดเจน/แผน •โกรธ → ต้องการขอบเขต •เศร้า → ต้องการการปลอบโยน/การยอมรับ การ “ตั้งชื่ออารมณ์” เป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้สมองส่วนคิด (prefrontal cortex) กลับมาคุมระบบเครียด ทำให้ใจนิ่งขึ้นและตัดสินใจดีขึ้นได้จริง แล้วตอนนี้…คุณกำลังรู้สึกคำว่าอะไรอยู่ครับ? #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

83,737 просмотров • 8 месяцев назад

รู้ความเสี่ยงอัลไซเมอร์…ได้ล่วงหน้า วันนี้การแพทย์สามารถตรวจหาความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ยังไม่มีอาการได้แล้ว 4 กลุ่มการตรวจสำคัญ 1.ตรวจพันธุกรรม – ดูยีน APOE ε4 และยีนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินแนวโน้มความเสี่ยง 2.ตรวจสารในน้ำไขสันหลัง (CSF biomarkers) – วัดระดับโปรตีน amyloid และ tau ที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะต้น 3.การถ่ายภาพสมอง (Neuroimaging) – เช่น Amyloid PET, Tau PET, MRI เพื่อตรวจหาพยาธิสภาพและการฝ่อของสมอง 4.ตรวจเลือดรุ่นใหม่ (Blood biomarkers) – เช่น p-tau181, p-tau 217 , Aβ42/Aβ40 ratio, NfL ที่แม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้วางแผนการดูแลสมอง ปรับพฤติกรรม และใช้วิธีป้องกันก่อนที่โรคจะเริ่มทำลายความทรงจำของเรา #TheLongevist #หมออั๋น #Longevity

The Longevist

13,480 просмотров • 1 год назад

นาฬิกาชีวิตกับหัวใจและเมตาบอลิซึม: รายงานใหม่จากสมาคมหัวใจอเมริกัน (AHA) รายงานล่าสุดจาก American Heart Association เปิดเผยว่า “สุขภาพของนาฬิกาชีวิต” หรือ Circadian Health มีผลโดยตรงต่อหัวใจ ระบบเผาผลาญ และความเสี่ยงของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน และความดันโลหิตสูง นาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) คือระบบเวลาภายในร่างกายที่ควบคุมการนอน การหลั่งฮอร์โมน การย่อยอาหาร และการอักเสบ เมื่อจังหวะนี้ถูกรบกวน เช่น •นอนหลับไม่เป็นเวลา •รับประทานอาหารดึก •ทำงานกะดึก •อยู่ในแสงไฟแรงตอนกลางคืน จะทำให้เกิดความไม่สมดุลในระบบต่าง ๆ และเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและโรคเมตาบอลิซึม แนวทางจากรายงาน AHA แนะนำว่า •ควรรักษาเวลานอนและตื่นให้สม่ำเสมอ •รับแสงธรรมชาติในตอนเช้าเพื่อปรับจังหวะนาฬิกา •หลีกเลี่ยงแสงสีฟ้าก่อนนอน •รับประทานอาหารให้จบก่อน 19.00 น. •ออกกำลังกายช่วงเช้าหรือบ่ายต้น ๆ เพื่อช่วยซิงค์นาฬิการ่างกาย รายงานนี้ชี้ให้เห็นว่า “เวลา” สำคัญไม่แพ้ “พฤติกรรม” เพราะแม้จะกินอาหารดี ออกกำลังกายครบ และนอนพอ แต่ถ้าทำในเวลาที่ขัดกับนาฬิการ่างกาย ก็อาจลดประสิทธิภาพของระบบซ่อมแซมและการทำงานของเซลล์ได้ แหล่งข้อมูล: American Heart Association Scientific Statement (2025): Role of Circadian Health in Cardiometabolic Health and Disease Risk #circadianrhythm #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

22,375 просмотров • 11 месяцев назад

เช้านี้หมออั๋นอยากชวนคุยเรื่องเล็ก ๆ ที่มีผลกับสมองในระยะยาว หลายคนคิดว่าการดูแลสมองต้องเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องมีเทคนิคพิเศษหรืออาหารเสริมราคาแพง แต่ความจริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดมักเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ทำซ้ำทุกวัน Morning routine ง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสมองมีอยู่ไม่กี่ข้อ 1.ตื่นมาแล้วไม่แตะโทรศัพท์ทันที ให้สมองมีเวลาปรับตัวจากโหมดพักผ่อนเข้าสู่โหมดตื่น งานวิจัยด้าน neuroscience พบว่าการเริ่มวันด้วยสิ่งกระตุ้นสูง เช่น social media สามารถเพิ่ม cognitive load และทำให้สมาธิระหว่างวันลดลงได้ 2.ดื่มน้ำทันทีหลังตื่น หลังจากนอนประมาณ 7–8 ชั่วโมง ร่างกายมักอยู่ในภาวะขาดน้ำเล็กน้อย ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และความเร็วในการประมวลผลของสมอง 3.เดินเบา ๆ ตอนเช้า 10–15 นาที การเคลื่อนไหวช่วงเช้าช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง กระตุ้น BDNF ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญต่อ neuroplasticity และการเรียนรู้ 4.ทาน Omega-3 พร้อมมื้อเช้า โดยเฉพาะ DHA ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเซลล์สมอง งานวิจัยจำนวนมากพบว่า Omega-3 มีบทบาทในการลดการอักเสบของสมองและช่วย neuroprotection ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สะสมผลต่อสมองในระยะยาว ลองดูว่าจาก 4 ข้อนี้ คุณทำข้อไหนอยู่แล้วบ้าง และมีข้อไหนที่อยากเริ่มเพิ่มเข้าไปใน routine ตอนเช้า #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

76,007 просмотров • 6 месяцев назад

อ่อนเพลียเรื้อรัง ไม่ใช่เรื่องปกติ ถ้าคุณรู้สึกว่า… – ตื่นเช้ามาแล้วยังเหนื่อย – สมองเบลอ คิดช้า จำอะไรไม่ค่อยได้ – ไม่มีแรงแม้ไม่ได้ทำอะไรหนัก – รู้สึกเหมือนร่างกาย “แบตหมดตลอดเวลา” นั่นอาจไม่ใช่แค่พักผ่อนไม่พอ แต่อาจเป็น “ภาวะอ่อนเพลียเรื้อรัง” ที่ร่างกายกำลังส่งสัญญาณว่า ระบบบางอย่างกำลังผิดปกติ ในมุมของแพทย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์ ภาวะนี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น – ระบบผลิตพลังงานระดับเซลล์ (มิโทคอนเดรีย) ทำงานต่ำ – ฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือไทรอยด์ไม่สมดุล – ขาดวิตามินและสารอาหารสำคัญ – ภาวะลำไส้รั่ว หรือไมโครไบโอมเสียสมดุล – การอักเสบเรื้อรังจากอาหารแปรรูปหรือสารพิษสะสม – ภาวะโลหิตจาง ขาดธาตุเหล็กหรือ B12 – หรือแม้แต่ภาวะ Chronic Fatigue Syndrome (CFS) ที่มักตรวจไม่เจอในระบบทั่วไป การแก้ไขที่แท้จริงจึงไม่ใช่แค่ดื่มกาแฟ พักร้อน หรือนอนเพิ่ม แต่ต้อง ฟื้นฟูระบบภายในให้กลับมาสมดุล เช่น – ฟื้นพลังงานระดับเซลล์ด้วย CoQ10, NAD+, B-vitamin – ดูแลสุขภาพลำไส้ด้วยการปรับอาหารและจุลินทรีย์ที่ดี – ปรับจังหวะชีวิตให้สอดคล้องกับนาฬิกาชีวิต – เสริมภูมิคุ้มกันและลดการอักเสบภายใน สุขภาพคือการลงทุนระยะยาวครับ และ “ความอ่อนเพลียเรื้อรัง” คือสัญญาณเตือนสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม #หมออั๋น #Longevity #อ่อนเพลียเรื้อรัง #thelongevist #สุขภาพคือการลงทุนระยะยาว

The Longevist

331,337 просмотров • 1 год назад

การใช้ยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไต หากมีการใช้ยาบางกลุ่มติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม กลุ่มยาที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม ได้แก่ 1. ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน นาโพรเซน หรือยาแก้ปวดข้อและคลายกล้ามเนื้อต่างๆ ยากลุ่มนี้จะไปลดการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันหรือไตเสื่อมเรื้อรังได้หากใช้บ่อยเกินไป 2. ยาปฏิชีวนะบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ ยาเหล่านี้มีพิษต่อเนื้อเยื่อไตโดยตรง การใช้ยาฆ่าเชื้อจึงจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมตามการทำงานของไต 3. ยาลดกรดกลุ่ม PPIs ที่มักใช้รักษาโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน แม้จะเป็นยาที่ใช้กันแพร่หลาย แต่มีงานวิจัยระบุว่าการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง 4. ยาสมุนไพรและอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการได้รับวิตามินบางชนิดในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นต่อเนื่อง เช่น วิตามินซีขนาดสูงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตและทำให้ไตทำงานผิดปกติได้ในระยะยาว การมีสุขภาพดีและอายุขัยที่ยืนยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับสารเคมีที่เกินความจำเป็น ก่อนเริ่มใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดก็ตาม การปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาการทำงานของไตให้แข็งแรงไปตลอดทุกช่วงวัย #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

38,140 просмотров • 7 месяцев назад

ทำไมการเขียนด้วยมือ ถึงดีกับสมองกว่าการพิมพ์ในมือถือ การเขียนด้วยมือไม่ใช่แค่การบันทึกความคิด แต่คือการกระตุ้นสมองแบบเต็มระบบ งานวิจัยหลายฉบับพบว่า การเขียนด้วยมือช่วยกระตุ้นสมองมากกว่าการพิมพ์ถึง 3 เท่า โดยเฉพาะสมองส่วนที่เกี่ยวกับความจำ การวางแผน และความคิดเชิงซ้อน เวลาที่เราจดด้วยมือ สมองต้องคิดก่อนเขียน คัดเลือกคำ และใช้กล้ามเนื้อมือประสานกับสายตา กระบวนการนี้ต่างจากการพิมพ์ที่แค่ “ก๊อบวาง” หรือจดเร็ว ๆ โดยไม่ผ่านการประมวลผล จึงไม่น่าแปลกใจที่การเขียนด้วยมือจะช่วยให้เราจำได้ลึก เข้าใจได้จริง และฝึกสมาธิไปในตัว นอกจากนี้ การเขียนยังช่วยกระตุ้นการสร้างเครือข่ายประสาทใหม่ (neuroplasticity) เป็นเครื่องมือง่าย ๆ ที่ช่วยชะลอความเสื่อมของสมองได้ในระยะยาว สุขภาพสมอง เริ่มต้นได้ด้วยการเขียนวันละหน้า #TheLongevist #หมออั๋น #Longevity #BrainHealth #Neuroplasticity #Mindfulness #เขียนเพื่อสมอง

The Longevist

223,592 просмотров • 1 год назад

สรุปคอนแจสเป้อจากคุณจุง - เป็นสิ่งที่พวกเราคุยกันนานมากแล้ว พยายามออกเพลงให้ทันคอนเสิร์ต จะได้มีเพลงเยอะ ๆ - เราคุยเรื่องโชว์มาสักพักแล้ว แต่ยังไม่มีคุยจริงจังว่าจะเกิดขึ้นตอนไหน มีแค่ใบ้ ๆ มาจากภายใน - คาดหวังได้เลย จะทำให้เต็มที่แน่นอน - มีการส่งโชว์กันมาในไลน์กลุ่มแล้ว ตึ้ง ๆ ทุกวัน - ล่าสุดคอนปอนพุเห็นปอนด์ลงมาจากข้างบน รู้สึกว่าคอนแจสเป้อต้องทำให้เว่อกว่านั้น เช่น ว่ายน้ำเข้ามาจากหน้าอิมแพค - อยากให้ทุกคนเชื่อใจว่าพวกผมทำเต็มที่แน่นอน - ทุกคนมีสไตล์ที่หลากหลาย เชื่อว่าตะเป็นโชว์ที่มีสีสันกันหมด รอแย้วค้าบ แจสอ้วมสู้สู้

mnor

122,859 просмотров • 1 месяц назад