Video wird geladen...

Video konnte nicht geladen werden

Zur Startseite

อาหารแพ้ เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นผื่นแพ้เรื้อรัง และการอักเสบในร่างกายโดยที่หลายคนไม่รู้ตัว ข้อมูลจาก FDA ระบุว่า แม้อาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้จะมีมากกว่า 160 ชนิด แต่กว่า 90% ของอาการแพ้อาหารรุนแรง มาจาก “อาหารก่อภูมิแพ้หลัก 9 กลุ่ม (Big 9)” อาหารก่อภูมิแพ้หลัก 9 กลุ่ม 1.นม 2.ไข่ 3.ปลา 4.อาหารทะเลเปลือกแข็ง เช่น กุ้ง ปู 5.ถั่วเปลือกแข็ง เช่น อัลมอนด์ วอลนัท 6.ถั่วลิสง 7.ข้าวสาลี 8.ถั่วเหลือง 9.งา ในคนที่มีผื่นแพ้เรื้อรัง ลมพิษเรื้อรัง หรือผิวอักเสบเป็น ๆ หาย ๆ อาหารเหล่านี้อาจไม่ทำให้เกิดอาการแพ้เฉียบพลัน แต่สามารถกระตุ้นการอักเสบระดับต่ำเรื้อรัง ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ลำไส้ และผิวหนังในระยะยาว แนวคิดแบบ Longevity...

10,435 Aufrufe • vor 8 Monaten •via X (Twitter)

0 Kommentare

Keine Kommentare verfügbar

Kommentare vom Original-Post werden hier angezeigt

Ähnliche Videos

รู้ความเสี่ยงอัลไซเมอร์…ได้ล่วงหน้า วันนี้การแพทย์สามารถตรวจหาความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ยังไม่มีอาการได้แล้ว 4 กลุ่มการตรวจสำคัญ 1.ตรวจพันธุกรรม – ดูยีน APOE ε4 และยีนที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินแนวโน้มความเสี่ยง 2.ตรวจสารในน้ำไขสันหลัง (CSF biomarkers) – วัดระดับโปรตีน amyloid และ tau ที่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระยะต้น 3.การถ่ายภาพสมอง (Neuroimaging) – เช่น Amyloid PET, Tau PET, MRI เพื่อตรวจหาพยาธิสภาพและการฝ่อของสมอง 4.ตรวจเลือดรุ่นใหม่ (Blood biomarkers) – เช่น p-tau181, p-tau 217 , Aβ42/Aβ40 ratio, NfL ที่แม่นยำมากขึ้นเรื่อย ๆ การรู้ความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้วางแผนการดูแลสมอง ปรับพฤติกรรม และใช้วิธีป้องกันก่อนที่โรคจะเริ่มทำลายความทรงจำของเรา #TheLongevist #หมออั๋น #Longevity

The Longevist

13,480 Aufrufe • vor 1 Jahr

การใช้ยาเพื่อรักษาอาการเจ็บป่วยเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน แต่สิ่งที่หลายคนอาจมองข้ามคือผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับไต หากมีการใช้ยาบางกลุ่มติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้ในปริมาณที่ไม่เหมาะสม กลุ่มยาที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษเพื่อป้องกันภาวะไตเสื่อม ได้แก่ 1. ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโพรเฟน นาโพรเซน หรือยาแก้ปวดข้อและคลายกล้ามเนื้อต่างๆ ยากลุ่มนี้จะไปลดการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงไต ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะไตวายเฉียบพลันหรือไตเสื่อมเรื้อรังได้หากใช้บ่อยเกินไป 2. ยาปฏิชีวนะบางชนิด โดยเฉพาะกลุ่มอะมิโนไกลโคไซด์ ยาเหล่านี้มีพิษต่อเนื้อเยื่อไตโดยตรง การใช้ยาฆ่าเชื้อจึงจำเป็นต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อคำนวณปริมาณยาที่เหมาะสมตามการทำงานของไต 3. ยาลดกรดกลุ่ม PPIs ที่มักใช้รักษาโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน แม้จะเป็นยาที่ใช้กันแพร่หลาย แต่มีงานวิจัยระบุว่าการใช้ต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายปีอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตเรื้อรัง 4. ยาสมุนไพรและอาหารเสริมที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการได้รับวิตามินบางชนิดในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นต่อเนื่อง เช่น วิตามินซีขนาดสูงเกินไป ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดนิ่วในไตและทำให้ไตทำงานผิดปกติได้ในระยะยาว การมีสุขภาพดีและอายุขัยที่ยืนยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลและการป้องกันไม่ให้ร่างกายได้รับสารเคมีที่เกินความจำเป็น ก่อนเริ่มใช้ยาหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดใดก็ตาม การปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินความเสี่ยงจึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาการทำงานของไตให้แข็งแรงไปตลอดทุกช่วงวัย #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

38,140 Aufrufe • vor 5 Monaten

เช้านี้หมออั๋นอยากชวนคุยเรื่องเล็ก ๆ ที่มีผลกับสมองในระยะยาว หลายคนคิดว่าการดูแลสมองต้องเป็นเรื่องซับซ้อน ต้องมีเทคนิคพิเศษหรืออาหารเสริมราคาแพง แต่ความจริงแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดมักเป็นพฤติกรรมพื้นฐานที่ทำซ้ำทุกวัน Morning routine ง่าย ๆ ที่ช่วยดูแลสมองมีอยู่ไม่กี่ข้อ 1.ตื่นมาแล้วไม่แตะโทรศัพท์ทันที ให้สมองมีเวลาปรับตัวจากโหมดพักผ่อนเข้าสู่โหมดตื่น งานวิจัยด้าน neuroscience พบว่าการเริ่มวันด้วยสิ่งกระตุ้นสูง เช่น social media สามารถเพิ่ม cognitive load และทำให้สมาธิระหว่างวันลดลงได้ 2.ดื่มน้ำทันทีหลังตื่น หลังจากนอนประมาณ 7–8 ชั่วโมง ร่างกายมักอยู่ในภาวะขาดน้ำเล็กน้อย ซึ่งมีผลต่อสมาธิ ความจำ และความเร็วในการประมวลผลของสมอง 3.เดินเบา ๆ ตอนเช้า 10–15 นาที การเคลื่อนไหวช่วงเช้าช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดไปยังสมอง กระตุ้น BDNF ซึ่งเป็นโปรตีนสำคัญต่อ neuroplasticity และการเรียนรู้ 4.ทาน Omega-3 พร้อมมื้อเช้า โดยเฉพาะ DHA ซึ่งเป็นโครงสร้างสำคัญของเซลล์สมอง งานวิจัยจำนวนมากพบว่า Omega-3 มีบทบาทในการลดการอักเสบของสมองและช่วย neuroprotection ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่สะสมผลต่อสมองในระยะยาว ลองดูว่าจาก 4 ข้อนี้ คุณทำข้อไหนอยู่แล้วบ้าง และมีข้อไหนที่อยากเริ่มเพิ่มเข้าไปใน routine ตอนเช้า #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

75,896 Aufrufe • vor 5 Monaten

เคยนั่งนิ่งๆ แล้วลองถามตัวเองว่ารู้สึกยังไงอยู่ หรือเปล่า “คำถามที่ทรงพลังมาก” เพราะมันเหมือนกดปุ่ม หยุดอัตโนมัติ ของสมอง แล้วพาเรากลับมาอยู่กับตัวเองจริง ๆ ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ เวลาที่เราไม่ถามตัวเอง เรามัก “ถูกอารมณ์ขับ” แบบไม่รู้ตัว เช่น หงุดหงิดเพราะเหนื่อย เครียดเพราะกังวล แต่ดันไปเผลอระบายใส่คนใกล้ตัว ลองทำแบบนี้ 15 วินาทีตอนนี้ได้เลย: 1.หยุด 1 ลมหายใจ (หายใจเข้า-ออกช้า ๆ) 2.ถามตัวเองสั้น ๆ: “ตอนนี้ฉันรู้สึกอะไร?” 3.ตั้งชื่อความรู้สึกให้ชัด 1 คำ เช่น เหนื่อย กังวล โกรธ เศร้า ว่างเปล่า สับสน 4.ถามต่ออีกคำถามเดียว: “ความรู้สึกนี้…ต้องการอะไร?” •เหนื่อย → ต้องการพัก •กังวล → ต้องการความชัดเจน/แผน •โกรธ → ต้องการขอบเขต •เศร้า → ต้องการการปลอบโยน/การยอมรับ การ “ตั้งชื่ออารมณ์” เป็นเหมือนการส่งสัญญาณให้สมองส่วนคิด (prefrontal cortex) กลับมาคุมระบบเครียด ทำให้ใจนิ่งขึ้นและตัดสินใจดีขึ้นได้จริง แล้วตอนนี้…คุณกำลังรู้สึกคำว่าอะไรอยู่ครับ? #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

83,655 Aufrufe • vor 6 Monaten

Lifestyle ที่จะทำให้คุณ “พีคที่สุด” ในปี 2026 ในปีที่ผ่านมา เราเห็นชัดขึ้นว่าความพีคของร่างกายไม่ใช่การออกกำลังกายหนัก แต่คือการจัดระบบ พลังงาน–ฮอร์โมน–ไมโตคอนเดรีย–สมอง ให้ทำงานสอดคล้องกัน นี่คือ 9 พื้นฐานที่กลุ่มคนอายุยืนระดับโลกทำร่วมกัน และได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัย ด้าน Longevity 1.เวท 3 วัน/สัปดาห์ เพื่อสร้าง myokines และลดการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อ 2 3 วัน/สัปดาห์ เพื่อเพิ่มไมโตคอนเดรียและพลังงานพื้นฐาน 3.HIIT 1 วัน/สัปดาห์ เพื่อกระตุ้น VO2max 4.โปรตีน 1.6 g/kg + คาร์บ 40% + ไขมัน 35% เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและลดการอักเสบ 5.นอน 7–8 ชั่วโมง เพื่อให้สมองเคลียร์ของเสียและระบบฮอร์โมนฟื้นตัว 6.แสงธรรมชาติตอนเช้า–ลดแสงยามค่ำ เพื่อปรับ circadian ให้สมดุล 7.ซาวน่า + Red Light 4 ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อเพิ่มการไหลเวียน เลือดและพลังงานระดับเซลล์ 8.นั่งสมาธิ เพื่อฟื้นสมองจากความเครียดและลด inflammation 9.พบปะเพื่อน–ครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญของ longevity จากการศึกษา Harvard Adult Development Study ถ้าเริ่มทั้งหมดไม่ได้ ให้เลือก 3 ข้อที่ง่ายที่สุด แล้วทำต่อเนื่อง 12 สัปดาห์ คุณจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทั้งร่างกายและสมอง #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

1,408,664 Aufrufe • vor 8 Monaten

งานรีวิวล่าสุดใน Journal of Cachexia, Sarcopenia and Muscle ปี 2025 พบว่า การเพิ่มมวลกล้ามเนื้อเพียง 2–3% สามารถเปลี่ยนสมดุลการเผาผลาญของร่างกายได้อย่างมีนัยสำคัญ ไขมันในร่างกายลดลงเฉลี่ยประมาณ 4% ระดับน้ำตาลขณะอดอาหารลดลงประมาณ 6% และค่า HbA1c ลดลงประมาณ 4% การมีกล้ามเนื้อมากขึ้นเพียงเล็กน้อยช่วยให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้มีประสิทธิภาพขึ้น เพิ่มความไวต่ออินซูลิน ลดภาวะอักเสบเรื้อรัง และลดความเสี่ยงต่อโรคเมตาบอลิก เช่น เบาหวานและไขมันในเลือดสูง กล้ามเนื้อจึงไม่ใช่เพียงเครื่องหมายของความแข็งแรง แต่เป็นอวัยวะที่ช่วยควบคุมระบบเผาผลาญของทั้งร่างกาย และเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพระยะยาว เริ่มต้นได้จากการออกกำลังกายแบบแรงต้านสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง และรับโปรตีนให้เพียงพอในแต่ละวัน เพื่อสร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและยืดอายุสุขภาพให้ยาวนานขึ้น #TheLongevist #Longevity #หมออั๋น

The Longevist

12,391 Aufrufe • vor 9 Monaten

เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายเหมือนมี “การอักเสบเล็ก ๆ” อยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ไม่ได้ติดเชื้อหรือบาดเจ็บอะไรชัดเจน ภาวะนี้ในทางวิทยาศาสตร์เรียกว่า Chronic Inflammation หรือที่นักวิจัยด้านอายุรวัฒน์เรียกว่า Inflammaging ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเหมือน “เครื่องยนต์ที่ติดอยู่ตลอดเวลา” แม้จะไม่ได้มีศัตรูให้ต่อสู้จริง ๆ การอักเสบระดับต่ำนี้ค่อย ๆ สะสมและทำลายเนื้อเยื่อในหลายระบบของร่างกาย งานวิจัยพบว่า chronic inflammation มีบทบาทสำคัญในโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของอายุ เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด เบาหวาน สมองเสื่อม มะเร็ง และโรคข้อเสื่อม ปัจจัยที่กระตุ้นการอักเสบเรื้อรังมีหลายอย่าง เช่น อาหารที่มีน้ำตาลและไขมันทรานส์สูง ไขมันสะสมในช่องท้อง ความเครียดเรื้อรัง การนอนหลับไม่เพียงพอ การติดเชื้อหรือสารพิษสะสมในสิ่งแวดล้อม การดูแลเรื่อง chronic inflammation จึงเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญของการชะลอความเสื่อมของร่างกาย ไม่ใช่แค่เพื่อรักษาโรค แต่เพื่อยืด healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี แนวทางลดการอักเสบที่มีหลักฐานสนับสนุน ได้แก่ การกินอาหารแบบ Mediterranean diet การออกกำลังกายสม่ำเสมอ การนอนหลับที่มีคุณภาพ การจัดการความเครียด และการดูแลสุขภาพลำไส้ เพราะการอักเสบเรื้อรังอาจไม่แสดงอาการชัดในวันนี้ แต่เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ผลักดันความเสื่อมของร่างกายในระยะยาว #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

102,367 Aufrufe • vor 5 Monaten

Metabolic switching คือความสามารถของร่างกายในการ “สลับเชื้อเพลิง” จากการใช้ “น้ำตาล” หลังมื้ออาหาร ไปเป็นการใช้ “ไขมันและคีโตน” เมื่อเว้นช่วงอาหารหรือออกกำลังต่อเนื่อง จุดนี้คือหัวใจของ “metabolic flexibility” ซึ่งสัมพันธ์กับการชะลอ metabolic aging เพราะช่วยลดช่วงเวลาที่อินซูลินสูง ลดน้ำตาลแกว่ง สนับสนุนการทำงานของไมโตคอนเดรีย และลดการอักเสบระดับต่ำ (inflammaging) ในระยะยาว วิธีเริ่มแบบปลอดภัยและทำได้จริง 1.เว้นช่วงอาหาร 12 ชั่วโมงก่อน (เช่น มื้อเย็นไม่ดึก) 2.ออกกำลังโซน 2 เดินเร็ว/ปั่น 30–45 นาที สัปดาห์ละ 3–4 วัน 3.โปรตีนให้พอทุกมื้อ ลดหวานและแป้งขัดสี โดยเฉพาะช่วงเย็น #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

15,066 Aufrufe • vor 6 Monaten

Systematic Thinking & Longevity — ทำไมการ “คิดเป็นระบบ” จึงจำเป็น เมื่อพูดถึง longevity แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งคือ “ระบบการคิด” ของเราเอง การคิดเป็นระบบ (Systematic Thinking) ทำให้เรามองแบบภาพใหญ่ เห็นความเชื่อมโยงอย่างเป็นองค์รวม และเลือกสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน ไม่หลงทางไปกับข้อมูลที่ล้นเกินในยุคปัจจุบัน หัวใจของการคิดแบบเป็นระบบประกอบด้วย 4 ขั้นตอนสำคัญ 1.ระบุปัญหาให้ชัดเจน 2.มองเชื่อมโยงระบบทั้งหมด 3.จัดลำดับความสำคัญ เลือกทำในสิ่งที่ให้ผลกระทบสูงที่สุดต่อสุขภาพ 4.ติดตามผล ปรับแผนตามข้อมูลและสถานการณ์ ท้ายที่สุด การคิดแบบเป็นระบบคือเครื่องมือที่ช่วยให้เราวางแผนชีวิตได้อย่างฉลาด ใช้พลังงานกับสิ่งที่สำคัญที่สุด และสร้างสุขภาพที่ดีในระยะยาวได้จริง #หมออั๋น #Longevity #TheLongevist

The Longevist

215,594 Aufrufe • vor 8 Monaten

หลายคนอาจคิดว่าหอมหัวแดงเป็นเพียงเครื่องปรุงรสเล็ก ๆ ในครัว แต่จริง ๆ แล้วงานวิจัยทั้งในและต่างประเทศกำลังยืนยันว่า หอมหัวแดงคือ “superfood แบบบ้าน ๆ” ที่ช่วยชะลอกระบวนการเสื่อมของร่างกายได้ •ต้านอนุมูลอิสระและการอักเสบ สารสำคัญอย่าง quercetin และ สารฟีนอลิก ในหอมแดงมีฤทธิ์ลด oxidative stress ซึ่งเป็นหนึ่งใน “กลไกความแก่ (Hallmarks of Aging)” •สมดุลน้ำตาลและการเผาผลาญ การทดลองในสัตว์และคนพบว่า น้ำคั้นหอมแดงช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดและเพิ่มความไวต่ออินซูลิน ลดโอกาสเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน ซึ่งเป็นตัวเร่งความแก่ที่เงียบที่สุด •บำรุงหัวใจและหลอดเลือด น้ำหอมแดงสายพันธุ์ไทยช่วยป้องกันความเสียหายของเซลล์เยื่อบุหลอดเลือด และลดสารอักเสบอย่าง IL-6 ที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจ •เพิ่มภูมิคุ้มกันและต้านเชื้อโรค สารสกัดจากหอมแดงมีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัสหลายชนิด ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้สมดุล สิ่งที่น่าสนใจคือ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยในไทยพบว่า เปลือกหอมหัวแดง ซึ่งเรามักทิ้ง มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าหัวด้านในเสียอีก ดังนั้น การกินหอมหัวแดงไม่ว่าจะในรูปแบบสด ซอยใส่น้ำพริก หรือต้มปรุงในซุป ล้วนเป็นวิถี “อาหารพื้นบ้านไทย” ที่สอดคล้องกับแนวคิด Longevity Medicine อย่างแท้จริง สุขภาพดีอาจไม่ได้เริ่มต้นจากของแพง ๆ เสมอไป แต่เริ่มได้จากของง่าย ๆ บนโต๊ะอาหารไทยครับ #Longevity #TheLongevist #หมออั๋น

The Longevist

19,034 Aufrufe • vor 11 Monaten